สวัสดีปีใหม่ 2556 ครับ
ช่วงนี้ตลาดหุ้นร้อนแรงมากทีเดียว หลายๆคนคงสนใจที่จะลงทุน (หรือลงทุนอยู่) ในตลาดหุ้น ผมเลยขอเอาสัมมนาดีๆ เกี่ยวกับหุ้นมาแนะนำกันครับ โดยเป็นสัมมนาสำหรับสมาชิกของโครงการ "ออมไว้ในหุ้น by TSI" ซึ่งเป็นโครงการที่ทุกๆคนสามารถสมัครสมาชิกได้ฟรี ที่เว็บไซต์ของโครงการเลยครับ
สำหรับ รายละเอียดโดยย่อๆของโครงการนี้ (จากเว็บของโครงการ) มีตามนี้ครับ
โครงการ “ออมไว้ในหุ้น by TSI” จะมุ่งเน้นให้สมาชิกสามารถลงทุนในหุ้นได้อย่างผู้ลงทุนคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “มั่งคั่งด้วยหุ้น ลงทุนอย่างคุณภาพ” โดยเริ่มจากการเรียนรู้หลักการออมไว้ในหุ้นแบบ Step by Step และเรียนรู้กลยุทธ์การออมไว้ในหุ้นในรูปแบบแบบต่างๆ อาทิ การเพิ่มความมั่งคั่งทางการเงินด้วยหุ้นคุณค่า (Value Stock) การสร้างรายได้สม่ำเสมอด้วยหุ้นปันผล (Dividend Stock) เทคนิคการทยอยสะสมหุ้นชั้นดี (Dollar Cost Average : DCA) พร้อมเรียนรู้เส้นทางลัดสู่การเป็นเจ้าของกิจการในฐานะผู้ถือหุ้น ตลอดจนรู้จักสไตล์ของหุ้น และวิธีการออมไว้ในหุ้นที่เหมาะกับเป้าหมายและสไตล์ของตนเอง
ซึ่งงานสัมมนาสำหรับสมาชิกของโครงการ ที่ผมมาแนะนำในวันนี้ ตอนนี้มีออกมาให้สมัครเข้าร่วมแล้ว 3 งาน รายละเอียดตามด้านล่างนี้ ซึ่งหลังจากที่สมัครสมาชิกแล้ว สามารถสมัครเข้าร่วมงานสัมมนาได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆครับ
ออมไว้ในหุ้น by TSI ตอน ตามรอยวิถีเซียนลงทุน
วันที่สัมมนา : 29 ม.ค. 2556 เวลา : 18:00 - 20:00
ออมไว้ในหุ้น by TSI ตอน วิเคราะห์เลือกหุ้นคุณค่า
วันที่สัมมนา : 26 ก.พ. 2556 เวลา : 18:00 - 20:00
ออมไว้ในหุ้น by TSI ตอน จัดพอร์ตลงทุนหุ้นคุณค่า
วันที่สัมมนา : 26 มี.ค. 2556 เวลา : 18:00 - 20:00
สำหรับผู้ลงทุนในตลาดหุ้น ผมว่าหัวข้อน่าสนใจมากๆ ไม่น่าพลาดครับ :)
X
วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556
วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555
84 | เปรียบมวย ME by TMB กับ บัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง
สวัสดีครับ
สำหรับส่วนตัวผมแล้ว ไม่มีปัญหากับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเลยเลือกฝากกับ ME by TMB ครับ :)
X
ช่วงนี้จะเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์เงินฝากของทางธนาคารทหารไทย (TMB) ออกมาค่อนข้างถี่ โดยจะมีออกมา 2 ตัว คือ ME by TMB ที่โฆษณาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ กับ บัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง ที่โฆษณาเป็นหมูสีฟ้ากับพี่ดู๋ สัญญา หลายคนก็คงสงสัยว่า ทั้ง 2 ตัวก็โฆษณาว่า ให้ดอกเบี้ยสูงทั้งคู่ แล้วเราควรจะเลือกฝากกับตัวไหนดี วันนี้เลยขอเอามาเปรียบมวยกันทีละประเด็นให้เพื่อนๆเห็นกันเลยดีกว่า
| เรื่อง | ME by TMB | บัญชีเงินฝากไม่ประจำ |
|---|---|---|
| ข้อมูลโดยสรุป | เป็นบัญชีที่ให้เราสามารถถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีค่าปรับ แต่จะต้องถอนผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือ คอล เซ็นเตอร์ เท่านั้น โดยถอนแล้วเลือกว่าจะให้ไปที่บัญชีออมทรัพย์บัญชีไหน แล้วค่อยไปถอนจากบัญชีนั้นออกมาเป็นเงินอีกที | เป็นบัญชีที่ให้เราสามารถถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีค่าปรับ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด |
| ประเภทบัญชี | ออมทรัพย์ | ออมทรัพย์ |
| อัตราดอกเบี้ย (ณ วันที่ 6 มี.ค. 55) | 3.50% ต่อปี (สำหรับ 10 ล้านบาทแรก) | 2.25% ต่อปี (ส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท มีดอกเบี้ยเพิ่มให้) |
| ภาษีที่ต้องเสีย | ไม่มี (ยกเว้นได้รับดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท) | ไม่มี (ยกเว้นได้รับดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท) |
| การเปิดบัญชี | ทำรายการเปิดบัญชีทางอินเทอร์เน็ต (ขั้นตอนสำคัญคือ เลือกบัญชีออมทรัพย์ที่จะใช้รองรับเงินที่ถอน ซึ่งเป็น ธ.อะไรก็ได้) และไปยืนยันตัวตนที่ ME Place 3 สาขา | เปิดได้ที่ ธ.ทหารไทยทุกสาขา |
| การฝากเงิน | ไม่มีจำนวนเงินขั้นต่ำ ฝากได้ทุกช่องทางเหมือนบัญชีปกติ | ไม่มีจำนวนเงินขั้นต่ำ ฝากได้ทุกช่องทางเหมือนบัญชีปกติ |
| ช่องทางการถอนเงิน | สั่งถอนผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือ คอล เซ็นเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง และเลือกว่าจะให้ไปเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธ.อะไร บัญชีไหน แล้วค่อยไปถอนจากบัญชีนั้นอีกที | ถอนได้ที่สาขาเท่านั้น |
| ค่าใช้จ่ายในการถอนเงิน | ถ้าเลือกว่าจะถอนเงินเข้าบัญชีของ ธ.ทหารไทย จะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเลือกถอนไปเข้าบัญชี ธ.อื่น จะมีค่าใช้จ่ายตาม Link | ถ้าถอนเกินกว่า 2 ครั้งต่อเดือน ครั้งที่เกินเสียครั้งละ 50 บาท |
| เหมาะกับใคร ? | คนที่คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือ คอล เซ็นเตอร์ | คนที่คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมผ่านทางสาขาตามปกติ |
| สรุปข้อดี |
|
|
| รายละเอียดเพิ่มเติม | mebytmb.com | tmbbank.com |
สำหรับส่วนตัวผมแล้ว ไม่มีปัญหากับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเลยเลือกฝากกับ ME by TMB ครับ :)
X
Labels:
เงินฝากออกทรัพย์,
ฝากไม่ประจำ,
ME by TMB
วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554
83 | หุ้นกู้ ปตท. ครั้งที่ 1/2555 โอกาสดีๆ ที่ทุกคนได้ลุ้น
สวัสดีครับ
ปลายปีแล้ว หลายๆคนคงได้รับเงินก้อนจากโบนัสมา และอยากหาช่องทางการลงทุน วันนี้ผมมีอีกหนึ่งทางเลือกมาเสนอครับ
โดยทางเลือกที่นำมาเสนอคือ การลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัท ปตท. ครับ (สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหุ้นกู้ ผมเคยเขียนไว้ที่ Link ลองดูนะครับ) ซึ่งเพื่อนๆอาจจะเคยได้ยินข่าวว่า ปตท. มีการออกหุ้นกู้อยู่เรื่อยๆ ไม่เห็นจะน่าสนใจเลย แต่อยากบอกว่า การออกหุ้นกู้ของ ปตท. ให้กับรายย่อยโดยปกติ จะออกให้กับผู้ที่เคยถือหุ้นกู้เดิมอยู่ แล้วหมดอายุ เป็นหลักครับ
แต่สำหรับหุ้นกู้ ปตท. ครั้งที่ 1/2555 นี้ จะมีการขายให้กับผู้ลงทุนรายใหม่ด้วยครับ และที่พิเศษก็คือ ใช้วิธีจับฉลากครับ !!! ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนมีสิทธิได้เท่าๆกัน ไม่เหมือนการขายหุ้นกู้ปกติที่มาก่อนได้ก่อน (และก็จะหมดก่อนวันเริ่มขายซะอีก -_-" ตามกฎ Presale)
สำหรับรายละเอียดคร่าวๆ ก็คือ เป็นหุ้นกู้ประเภทระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน ได้อันดับความน่าเชื่อถือ AAA และมีการแบ่งเป็น 2 ชุด ตามนี้เลยครับ
ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี 9 เดือน ดอกเบี้ย 3.80% ต่อปี
ชุดที่ 2 อายุ 6 ปี 10 เดือน ดอกเบี้ย ปีที่ 1 - 4 4.00% ต่อปี ปีที่ 5 - 6 4.40% ต่อปี ระยะเวลาที่เหลือ 5.50% ต่อปี
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ถือหุ้นกู้ ปตท. ชุดที่ระบุไว้ (PTTC11OA, PTTC11DA, PTTC11DB) จะซื้อได้เฉพาะชุดที่ 2 เท่านั้นนะครับ
สำหรับสถานที่จัดจำหน่าย (ผ่าน ธ. 7 แห่ง) วันเวลาที่จะจัดจำหน่าย (แบ่งเป็น 3 ช่วง) และ การชำระเงิน ค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะ ถ้าใครสนใจลองไปดูที่เอกสารที่ทาง ธ.กรุงไทย ทำไว้ที่ Link ดูนะครับ ทำไว้ค่อนข้างอ่านง่ายทีเดียว
ส่วนตัวผมเอง คงจะไปร่วมลุ้นด้วยแน่นอนครับ เพราะแม้ว่าดอกเบี้ยที่ได้จะไม่สูงมาก แต่ ปตท. ขึ้นชื่อเรื่องการจัดกิจกรรมพิเศษๆ ให้กับผู้ถือหุ้นกู้ครับ ก็เลยอยากมีไว้ในครอบครองซะหน่อย ยังไงถ้าใครโชคดีได้ครอบครองหุ้นกู้ตัวนี้ ก็อย่าลืมมาอวดกันมั่งนะครับ
X
ปล. สำหรับผู้ที่สนใจดูข่าวต้นทางของทาง ปตท. ดูได้ที่ Link ครับ
ปลายปีแล้ว หลายๆคนคงได้รับเงินก้อนจากโบนัสมา และอยากหาช่องทางการลงทุน วันนี้ผมมีอีกหนึ่งทางเลือกมาเสนอครับ
โดยทางเลือกที่นำมาเสนอคือ การลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัท ปตท. ครับ (สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหุ้นกู้ ผมเคยเขียนไว้ที่ Link ลองดูนะครับ) ซึ่งเพื่อนๆอาจจะเคยได้ยินข่าวว่า ปตท. มีการออกหุ้นกู้อยู่เรื่อยๆ ไม่เห็นจะน่าสนใจเลย แต่อยากบอกว่า การออกหุ้นกู้ของ ปตท. ให้กับรายย่อยโดยปกติ จะออกให้กับผู้ที่เคยถือหุ้นกู้เดิมอยู่ แล้วหมดอายุ เป็นหลักครับ
แต่สำหรับหุ้นกู้ ปตท. ครั้งที่ 1/2555 นี้ จะมีการขายให้กับผู้ลงทุนรายใหม่ด้วยครับ และที่พิเศษก็คือ ใช้วิธีจับฉลากครับ !!! ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนมีสิทธิได้เท่าๆกัน ไม่เหมือนการขายหุ้นกู้ปกติที่มาก่อนได้ก่อน (และก็จะหมดก่อนวันเริ่มขายซะอีก -_-" ตามกฎ Presale)
สำหรับรายละเอียดคร่าวๆ ก็คือ เป็นหุ้นกู้ประเภทระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน ได้อันดับความน่าเชื่อถือ AAA และมีการแบ่งเป็น 2 ชุด ตามนี้เลยครับ
ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี 9 เดือน ดอกเบี้ย 3.80% ต่อปี
ชุดที่ 2 อายุ 6 ปี 10 เดือน ดอกเบี้ย ปีที่ 1 - 4 4.00% ต่อปี ปีที่ 5 - 6 4.40% ต่อปี ระยะเวลาที่เหลือ 5.50% ต่อปี
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ถือหุ้นกู้ ปตท. ชุดที่ระบุไว้ (PTTC11OA, PTTC11DA, PTTC11DB) จะซื้อได้เฉพาะชุดที่ 2 เท่านั้นนะครับ
สำหรับสถานที่จัดจำหน่าย (ผ่าน ธ. 7 แห่ง) วันเวลาที่จะจัดจำหน่าย (แบ่งเป็น 3 ช่วง) และ การชำระเงิน ค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะ ถ้าใครสนใจลองไปดูที่เอกสารที่ทาง ธ.กรุงไทย ทำไว้ที่ Link ดูนะครับ ทำไว้ค่อนข้างอ่านง่ายทีเดียว
ส่วนตัวผมเอง คงจะไปร่วมลุ้นด้วยแน่นอนครับ เพราะแม้ว่าดอกเบี้ยที่ได้จะไม่สูงมาก แต่ ปตท. ขึ้นชื่อเรื่องการจัดกิจกรรมพิเศษๆ ให้กับผู้ถือหุ้นกู้ครับ ก็เลยอยากมีไว้ในครอบครองซะหน่อย ยังไงถ้าใครโชคดีได้ครอบครองหุ้นกู้ตัวนี้ ก็อย่าลืมมาอวดกันมั่งนะครับ
X
ปล. สำหรับผู้ที่สนใจดูข่าวต้นทางของทาง ปตท. ดูได้ที่ Link ครับ
Labels:
ตราสารหนี้,
หุ้นกู้
วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554
82 | สรุปผลตอบแทน LTF by siamchart.com
สวัสดีครับ
ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลซื้อ LTF/RMF สำหรับผู้ที่ยังซื้อไม่ครบตามที่ตั้งใจไว้ เลยขอเอา เว็บสรุปผลตอบแทนของกองทุน ซึ่งสามารถใช้ดูได้ง่ายๆ เร็วๆ มาฝากซักเว็บนึงครับ เผื่อว่าจะได้ใช้ประกอบในการเลือกซื้อ LTF/RMF ได้
โดยเว็บที่เอามาแนะนำคือเว็บ www.siamchart.com ครับ โดยสามารถกดเข้าไปที่ Link เพื่อดูสรุปผลตอบแทนของกองทุน LTF ได้ โดยผมแนะนำให้ดูผลตอบแทนระยะ 1 ปี (คอลัมน์ 1 Year) นะครับ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่ากองทุนดังกล่าว มีราคาหน่วยลงทุน รวม เงินปันผล เป็นเท่าไหร่ครับ (สาเหตุที่ผมแนะนำให้ดูผลตอบแทนระยะ 1 ปี ก็เนื่องจากเป็นระยะที่ไม่สั้นจนเกินไป)
ส่วนถ้าต้องการดูสรุปผลตอบแทนของกองทุน RMF ก็สามารถเลือกทางด้านขวาบน เป็น RMF ได้ หรือกดที่ Link ก็ได้ครับ
ก็หวังว่าเว็บที่เอามาแนะนำ จะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อ LTF/RMF ของเพื่อนๆนะครับ
X
ปล. สำหรับผู้ที่ต้องการทราบผลตอบแทน แบบละเอียดกว่าที่เว็บนี้แสดงไว้ สามารถไปดูที่เว็บ morningstarthailand.com ก็ได้ครับ ซึ่งจะมีทั้งผลตอบแทนทั้งในระยะสั้น (น้อยกว่า 1 ปี) และ ระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) มีการแสดงความผันผวนของราคาหน่วยลงทุน ความเสี่ยงของกองทุนตามเกณฑ์ของทางเว็บ รวมถึงการให้ดาวกองทุนแต่ละกอง ซึ่งสำหรับใครที่เข้าไปแล้วงง ไม่รู้จะกดตรงไหน ผมได้เคยเขียนวิธีดูผลตอบแทนที่เว็บดังกล่าวไว้ ที่ Link สามารถไปอ่านดูได้ครับ
ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลซื้อ LTF/RMF สำหรับผู้ที่ยังซื้อไม่ครบตามที่ตั้งใจไว้ เลยขอเอา เว็บสรุปผลตอบแทนของกองทุน ซึ่งสามารถใช้ดูได้ง่ายๆ เร็วๆ มาฝากซักเว็บนึงครับ เผื่อว่าจะได้ใช้ประกอบในการเลือกซื้อ LTF/RMF ได้
โดยเว็บที่เอามาแนะนำคือเว็บ www.siamchart.com ครับ โดยสามารถกดเข้าไปที่ Link เพื่อดูสรุปผลตอบแทนของกองทุน LTF ได้ โดยผมแนะนำให้ดูผลตอบแทนระยะ 1 ปี (คอลัมน์ 1 Year) นะครับ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่ากองทุนดังกล่าว มีราคาหน่วยลงทุน รวม เงินปันผล เป็นเท่าไหร่ครับ (สาเหตุที่ผมแนะนำให้ดูผลตอบแทนระยะ 1 ปี ก็เนื่องจากเป็นระยะที่ไม่สั้นจนเกินไป)
ส่วนถ้าต้องการดูสรุปผลตอบแทนของกองทุน RMF ก็สามารถเลือกทางด้านขวาบน เป็น RMF ได้ หรือกดที่ Link ก็ได้ครับ
ก็หวังว่าเว็บที่เอามาแนะนำ จะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อ LTF/RMF ของเพื่อนๆนะครับ
X
ปล. สำหรับผู้ที่ต้องการทราบผลตอบแทน แบบละเอียดกว่าที่เว็บนี้แสดงไว้ สามารถไปดูที่เว็บ morningstarthailand.com ก็ได้ครับ ซึ่งจะมีทั้งผลตอบแทนทั้งในระยะสั้น (น้อยกว่า 1 ปี) และ ระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) มีการแสดงความผันผวนของราคาหน่วยลงทุน ความเสี่ยงของกองทุนตามเกณฑ์ของทางเว็บ รวมถึงการให้ดาวกองทุนแต่ละกอง ซึ่งสำหรับใครที่เข้าไปแล้วงง ไม่รู้จะกดตรงไหน ผมได้เคยเขียนวิธีดูผลตอบแทนที่เว็บดังกล่าวไว้ ที่ Link สามารถไปอ่านดูได้ครับ
วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
81 | พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (Inflation-Linked Bond (ILB))
สวัสดีครับ
ช่วงวันที่ 11 - 14 ก.ค. 2554 นี้ ทางกระทรวงการคลัง จะมีการขายพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ ให้กับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเจ้าพันธบัตรตัวนี้ครับ แต่บังเอิญผมไป search เจอบทความของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ท่านเคยเขียนลงในเดลินิวส์ และ ท่านได้มา Share ไว้ที่ Blog ของท่าน ซึ่งคิดว่าน่าจะอธิบายไว้ค่อนข้างครบถ้วนแล้ว เลยขอเอาบทความดังกล่าวมาแบ่งปันกันแทนแล้วกัน โดยเพื่อนๆสามารถตามไปดูได้ที่ Link เลยครับ และ ถ้าต้องการทราบข้อมูลโดยละเอียด ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ Link ได้ ซึ่งจะมีทั้งสรุปข้อมูลของตัวพันธบัตรที่จะขายในรอบนี้ และ คู่มือในการลงทุนในพันธบัตร ILB นี้ด้วยครับ
สำหรับใครที่สนใจก็ไปจับจองกันได้ที่ ธนาคารเอชเอสบีซี ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกสิกรไทย นะครับ แต่ยังไงอย่าลืมเตรียมเงินลงทุนไป ขั้นต่ำ 100,000 บาทด้วยนะ :)
X
ช่วงวันที่ 11 - 14 ก.ค. 2554 นี้ ทางกระทรวงการคลัง จะมีการขายพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ ให้กับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเจ้าพันธบัตรตัวนี้ครับ แต่บังเอิญผมไป search เจอบทความของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ท่านเคยเขียนลงในเดลินิวส์ และ ท่านได้มา Share ไว้ที่ Blog ของท่าน ซึ่งคิดว่าน่าจะอธิบายไว้ค่อนข้างครบถ้วนแล้ว เลยขอเอาบทความดังกล่าวมาแบ่งปันกันแทนแล้วกัน โดยเพื่อนๆสามารถตามไปดูได้ที่ Link เลยครับ และ ถ้าต้องการทราบข้อมูลโดยละเอียด ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ Link ได้ ซึ่งจะมีทั้งสรุปข้อมูลของตัวพันธบัตรที่จะขายในรอบนี้ และ คู่มือในการลงทุนในพันธบัตร ILB นี้ด้วยครับ
สำหรับใครที่สนใจก็ไปจับจองกันได้ที่ ธนาคารเอชเอสบีซี ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกสิกรไทย นะครับ แต่ยังไงอย่าลืมเตรียมเงินลงทุนไป ขั้นต่ำ 100,000 บาทด้วยนะ :)
X
Labels:
เงินเฟ้อ,
ตราสารหนี้,
พันธบัตร,
พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ
วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554
80 | ตั๋วบีอี vs ฝากเงิน
สวัสดีครับ
ช่วงนี้ถ้าเพื่อนๆไปที่ธนาคาร น่าจะได้เห็นโฆษณาของทางธนาคารชักชวนให้ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า ตั๋วบีอี โดยมีการเสนอผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งอาจจะมีบางคนที่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ วันนี้เลยขอมาเล่าให้ฟังครับ
ตั๋วบีอี มาจากตัวย่อภาษาอังกฤษ BE ซึ่งย่อมาจากคำว่า Bill of exchange ที่แปลเป็นไทยได้ว่า "ตั๋วแลกเงิน" ครับ (แปลกันหลายซับหลายซ้อนเลย แหะๆ) โดยเจ้าตั๋วเนี่ย จะให้สิทธิกับผู้ถือ เอาตั๋วไปแลกเป็นเงิน กับคนที่ระบุไว้ในตั๋ว ณ วันที่ระบุไว้ในตั๋วได้ครับ เช่น ในกรณีของธนาคารต่างๆที่ออกตั๋วบีอีออกมา ในตั๋วก็จะระบุไว้ว่า สามารถนำไปใช้แลกเป็นเงินกับ ธนาคารนั้นๆได้ ณ วันที่ระบุไว้
จริงๆ ตั๋วบีอี มีมานานมากแล้วนะครับ แต่ที่ผ่านมา จะขายกันในหมู่ลูกค้าที่เป็นสถาบัน ไม่ได้มาขายให้รายย่อยอย่างเราๆ จนตอนหลังมานี่แหละครับที่เริ่มจะมาขายให้กับรายย่อย
คงมีหลายคนสงสัยว่า เอ ... แล้วผลตอบแทนของเจ้าตั๋วบีอีนี่มาจากอะไร คำตอบก็คือ ตั๋วบีอี จะมีราคาขาย ที่มีส่วนลด (Discount) ครับ เช่น ขายตั๋วให้เราที่ราคา 988.00 บาท แต่สามารถเอาไปแลกเงินได้ที่ 1,000.00 บาท เราก็จะได้ผลตอบแทน 2 บาท เป็นต้น (แต่ไม่ต้องกลัวงง ตอนซื้อนะครับ เพราะทางธนาคาร จะทำการคิดออกมา ให้ดูเหมือนดอกเบี้ยเงินฝากให้เราแล้วครับ ดังนั้นเวลาไปที่ธนาคาร ก็ถามเค้าได้เลยครับ ว่าตั๋วบีอีตัวนี้ ดอกเบี้ยเท่าไหร่)
สำหรับสาเหตุที่ตั๋วบีอีให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ก็เนื่องมาจากว่า ในปัจจุบันนี้ เวลาที่เราฝากเงินกับธนาคาร ทางธนาคารจะมีค่าใช้จ่ายในการนำส่งเงินสบทบให้กับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 0.4% ของยอดเงินฝากนั้น ในขณะที่ถ้าเราซื้อตั๋วบีอี ทางธนาคารไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายตรงนี้ จึงสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ดังกล่าว มาจ่ายให้กับผู้ถือตั๋ว เพื่อจูงใจได้ครับ
ตามหลักการ "ยิ่งผลตอบแทนดี ก็ยิ่งเสี่ยง" (High Risk High Return) การที่ตั๋วบีอีให้ผลตอบแทนที่มากกว่า ก็ย่อมมีความเสี่ยงที่มากกว่าเงินฝากครับ โดยเงินที่เรานำไปซื้อตั๋วบีอีจะไม่ได้รับความคุ้มครอง เหมือนกับ เงินฝาก ซึ่งได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากครับ ดังนั้นถ้าธนาคารที่เราซื้อตั๋วบีอีเกิดเจ๊งขึ้นมา ก็มีสิทธิที่จะไม่ได้เงินคืนครับ
หวังว่าเพื่อนๆคงจะเข้าใจตั๋วบีอีมากขึ้นนะครับ ยังไงถ้าจะไปซื้อตั๋วบีอีของธนาคารไหน ก็อย่าลืมดูถึงความมั่นคงของธนาคารดังกล่าวด้วยหล่ะครับ
X
ปล. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก กำลังจะลดวงเงินที่จะคุ้มครองเงินฝากของเรา ลงมาเหลือ 50 ล้านบาท ต่อบัญชี ต่อธนาคาร ในวันที่ 11 ส.ค. 54 นี้แล้วนะครับ ยังไงใครมีเงินฝากเกิน 50 ล้านบาท ก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยนะ :)
ช่วงนี้ถ้าเพื่อนๆไปที่ธนาคาร น่าจะได้เห็นโฆษณาของทางธนาคารชักชวนให้ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า ตั๋วบีอี โดยมีการเสนอผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งอาจจะมีบางคนที่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ วันนี้เลยขอมาเล่าให้ฟังครับ
ตั๋วบีอี มาจากตัวย่อภาษาอังกฤษ BE ซึ่งย่อมาจากคำว่า Bill of exchange ที่แปลเป็นไทยได้ว่า "ตั๋วแลกเงิน" ครับ (แปลกันหลายซับหลายซ้อนเลย แหะๆ) โดยเจ้าตั๋วเนี่ย จะให้สิทธิกับผู้ถือ เอาตั๋วไปแลกเป็นเงิน กับคนที่ระบุไว้ในตั๋ว ณ วันที่ระบุไว้ในตั๋วได้ครับ เช่น ในกรณีของธนาคารต่างๆที่ออกตั๋วบีอีออกมา ในตั๋วก็จะระบุไว้ว่า สามารถนำไปใช้แลกเป็นเงินกับ ธนาคารนั้นๆได้ ณ วันที่ระบุไว้
จริงๆ ตั๋วบีอี มีมานานมากแล้วนะครับ แต่ที่ผ่านมา จะขายกันในหมู่ลูกค้าที่เป็นสถาบัน ไม่ได้มาขายให้รายย่อยอย่างเราๆ จนตอนหลังมานี่แหละครับที่เริ่มจะมาขายให้กับรายย่อย
คงมีหลายคนสงสัยว่า เอ ... แล้วผลตอบแทนของเจ้าตั๋วบีอีนี่มาจากอะไร คำตอบก็คือ ตั๋วบีอี จะมีราคาขาย ที่มีส่วนลด (Discount) ครับ เช่น ขายตั๋วให้เราที่ราคา 988.00 บาท แต่สามารถเอาไปแลกเงินได้ที่ 1,000.00 บาท เราก็จะได้ผลตอบแทน 2 บาท เป็นต้น (แต่ไม่ต้องกลัวงง ตอนซื้อนะครับ เพราะทางธนาคาร จะทำการคิดออกมา ให้ดูเหมือนดอกเบี้ยเงินฝากให้เราแล้วครับ ดังนั้นเวลาไปที่ธนาคาร ก็ถามเค้าได้เลยครับ ว่าตั๋วบีอีตัวนี้ ดอกเบี้ยเท่าไหร่)
สำหรับสาเหตุที่ตั๋วบีอีให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ก็เนื่องมาจากว่า ในปัจจุบันนี้ เวลาที่เราฝากเงินกับธนาคาร ทางธนาคารจะมีค่าใช้จ่ายในการนำส่งเงินสบทบให้กับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 0.4% ของยอดเงินฝากนั้น ในขณะที่ถ้าเราซื้อตั๋วบีอี ทางธนาคารไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายตรงนี้ จึงสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ดังกล่าว มาจ่ายให้กับผู้ถือตั๋ว เพื่อจูงใจได้ครับ
ตามหลักการ "ยิ่งผลตอบแทนดี ก็ยิ่งเสี่ยง" (High Risk High Return) การที่ตั๋วบีอีให้ผลตอบแทนที่มากกว่า ก็ย่อมมีความเสี่ยงที่มากกว่าเงินฝากครับ โดยเงินที่เรานำไปซื้อตั๋วบีอีจะไม่ได้รับความคุ้มครอง เหมือนกับ เงินฝาก ซึ่งได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากครับ ดังนั้นถ้าธนาคารที่เราซื้อตั๋วบีอีเกิดเจ๊งขึ้นมา ก็มีสิทธิที่จะไม่ได้เงินคืนครับ
หวังว่าเพื่อนๆคงจะเข้าใจตั๋วบีอีมากขึ้นนะครับ ยังไงถ้าจะไปซื้อตั๋วบีอีของธนาคารไหน ก็อย่าลืมดูถึงความมั่นคงของธนาคารดังกล่าวด้วยหล่ะครับ
X
ปล. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก กำลังจะลดวงเงินที่จะคุ้มครองเงินฝากของเรา ลงมาเหลือ 50 ล้านบาท ต่อบัญชี ต่อธนาคาร ในวันที่ 11 ส.ค. 54 นี้แล้วนะครับ ยังไงใครมีเงินฝากเกิน 50 ล้านบาท ก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยนะ :)
Labels:
ตราสารเงิน,
ตั๋วบีอี,
ตั๋วแลกเงิน
วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
79 | รายชื่อทัวร์และโรงแรมที่เอามาลดหย่อนภาษีได้
สวัสดีครับ
จากที่ผมเคยเล่าเกี่ยวกับ การที่สรรพากรให้เราสามารถนำค่าทัวร์และค่าโรงแรมที่ไปเที่ยวมาลดภาษีได้ (Link) หลังจากที่เราไปเที่ยวกันมา ตอนนี้ก็มาถึงเวลาที่จะกรอกค่าใช้จ่ายดังกล่าว ลงในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) กันแล้วนะครับ
โดยก่อนที่จะกรอก ให้เราเข้าไปเช็คก่อนครับ ว่าทัวร์ / โรงแรมที่เราไปใช้บริการมา อยู่ในลิสต์ที่สรรพากรให้นำมาลดหย่อนภาษีได้หรือเปล่า โดยเข้าไปเช็คที่ Link สำหรับรายชื่อทัวร์ และ Link สำหรับรายชื่อสำหรับโรงแรมครับ
สำหรับการกรอก ก็นำค่าทัวร์ / ค่าโรงแรมดังกล่าวไปกรอกได้ที่ช่อง "ค่าการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ" (ตามรูป) ได้เลยครับ โดยถ้ามีหลายรายการก็ให้รวมกันให้เหลือเป็นตัวเลขเดียว

ยังไงก็ขอให้ลดภาษีกันได้เยอะๆนะครับ :)
X
จากที่ผมเคยเล่าเกี่ยวกับ การที่สรรพากรให้เราสามารถนำค่าทัวร์และค่าโรงแรมที่ไปเที่ยวมาลดภาษีได้ (Link) หลังจากที่เราไปเที่ยวกันมา ตอนนี้ก็มาถึงเวลาที่จะกรอกค่าใช้จ่ายดังกล่าว ลงในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) กันแล้วนะครับ
โดยก่อนที่จะกรอก ให้เราเข้าไปเช็คก่อนครับ ว่าทัวร์ / โรงแรมที่เราไปใช้บริการมา อยู่ในลิสต์ที่สรรพากรให้นำมาลดหย่อนภาษีได้หรือเปล่า โดยเข้าไปเช็คที่ Link สำหรับรายชื่อทัวร์ และ Link สำหรับรายชื่อสำหรับโรงแรมครับ
สำหรับการกรอก ก็นำค่าทัวร์ / ค่าโรงแรมดังกล่าวไปกรอกได้ที่ช่อง "ค่าการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ" (ตามรูป) ได้เลยครับ โดยถ้ามีหลายรายการก็ให้รวมกันให้เหลือเป็นตัวเลขเดียว

ยังไงก็ขอให้ลดภาษีกันได้เยอะๆนะครับ :)
X
Labels:
ท่องเที่ยว,
ภาษี,
ลดภาษี,
ลดหย่อนภาษี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

