วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

1 | เปิดตัว ...

สวัสดีครับ

ก่อนอื่นเลยก็คงต้องแนะนำตัวกันก่อน สำหรับคนที่หลงเข้ามาอ่านกัน ผมชื่อเอ็กซ์นะครับ เป็นมนุษย์เงินเดือนคนนึง ที่พอดีสนใจเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนก็เลยอยากจะแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการลงทุน ที่ได้ประสบพบเจอมาให้คนอื่นฟัง (ผสมกับแรงยุจากเพื่อนๆด้วย -_-') และก็อย่างที่บอกว่าผมก็แค่มนุษย์เงินเดือนธรรมดาแถมไม่ได้เรียนจบมาทางด้านนี้ ดังนั้นถ้ามั่วๆอะไรออกมา ก็ช่วยๆกันด่าด้วยนะครับ 555

ครั้งนี้ ผมจะขอเริ่มจากการบอกถึง ความหมายและความสำคัญของการลงทุนก่อนแล้วกันนะครับ

การลงทุนคืออะไร ?

ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆ การลงทุนก็คือการเอาเงินต่อเงิน นั่นก็คือ เรามีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง แล้วเอามาทำให้เงินจำนวนนั้นมันงอกเงยขึ้น

แล้วจะเอาเงินจากไหนมาลงทุนหล่ะ แค่ปัจจุบันที่หามาได้ ก็ใช้ไม่พอแล้ว ?

ความเห็นของผม เงินที่จะนำมาลงทุน ควรจะเป็นเงินเย็นจริงๆ คือเป็นเงินออมที่เหลือจากการกันสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินแล้ว (เงินออม = รายได้ - ค่าใช้จ่าย, เงินเย็น = เงินออม - เงินออมส่วนที่กันไว้ใช้ยามฉุกเฉินแล้ว) โดยที่เงินออมส่วนที่กันไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ผมจะกันไว้ประมาณ 3 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน (คิดประมาณว่าถ้าอยู่ดีๆ ไม่มีรายได้อย่างปัจจุบันทันด่วน จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนเพื่อหาแหล่งสร้างรายได้ใหม่) -> ตัวเลข 3 เดือนนี่ เป็นแนวปฏิบัติที่ผมอ่านมาจากที่ไหนซักที่หนึ่ง แต่ถ้าใครจะใช้ตัวเลขอื่นก็ได้นะครับ เช่นอาจจะเพิ่มตัวเลขมากกว่านี้ เมื่ออายุมากขึ้น

ดังนั้น สำหรับบางคนที่ยังไม่มีเงินออม เนื่องจากค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้ ผมอยากจะแนะนำให้เริ่มจากการทำบันทึกค่าใช้จ่ายขึ้นมาก่อนครับ เพื่อที่จะได้ดูว่า ปัจจุบันเราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง อันไหนที่สามารถลดได้หรือเปล่าโดยไอ้บันทึกค่าใช้จ่ายเนี่ย ทำได้ง่ายๆโดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel ธรรมดา เอามาแบ่ง Column เป็นประเภทของค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท แล้วก็จดค่าใช้จ่ายแต่ละรายการลงไป ถ้าระหว่างวันกลัวลืมว่าใช้อะไรไปบ้าง จะจดลงโปรแกรม Note ของมือถือก่อน แล้วค่อยมาเอาลง Excel อีกทีก็ได้ครับ (ผมก็ใช้อยู่เหมือนกัน :D)

ทำไมเราต้องศึกษาเรื่องการลงทุน ?

บางคนอาจจะบอกว่าไม่เห็นต้องมาศึกษาเรื่องการลงทุนเลย เวลามีเงินออมก็เอาเก็บใส่ธนาคารไว้ ไม่ต้องเสี่ยงแถมได้ดอกเบี้ยด้วย ... จริงครับ แต่ผมอยากให้คิดถึงเรื่องของเงินเฟ้อด้วย ซึ่งไอ้เจ้าเงินเฟ้อเนี่ย มันจะทำให้เงินที่เรามีมีค่าน้อยลง หรือว่าง่ายๆก็คือ ทำให้เงินของเราใช้ซื้อของได้น้อยลงนั่นเอง ตัวอย่างยอดฮิตตอนนี้ก็คือ จากเดิมที่ปีนี้ เราใช้เงิน 5 บาท ซื้อมาม่าได้ 1 ซองปีหน้าเงิน 5 บาทของเรา ซื้อมาม่า 1 ซอง ไม่ได้แล้วนะครับ เพราะมาม่าขึ้นเป็น 6 บาทซะแล้ว

อาจจะมีคนแย้งว่า อ้าว ... ก็ดอกเบี้ยที่เราได้ไง น่าจะทำให้เงินเราเพิ่มมา พอที่จะซื้อมาม่าในปีหน้าได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วดอกเบี้ยธนาคารตอนนี้ ฝากประจำ 3 เดือน แค่ 2.25% เอง แถมต้องหักภาษีอีกต่างหาก ในขณะที่เงินเฟ้อต่อปี ปีนี้ อยู่ประมาณ2% กว่าๆเหมือนกัน (ปีก่อนๆบางปี 4 - 5% ก็มี)

ดังนั้นถ้าเรามัวแต่เอาเงินฝากธนาคารอยู่ เงินของเราก็จะด้อยค่าลงเรื่อยๆแน่ ดังนั้นเราก็เลยต้องหาวิธีการลงทุนอย่างอื่นเพื่อมาช่วยไม่ให้เงินของเราด้อยค่าลงนั่นเอง

จริงๆ สาเหตุที่เราต้องมาศึกษาเรื่องการลงทุนยังมีอีก แต่ผมขอติดไว้เล่าคราวหน้าแล้วกันนะครับ

X

ปล. ผมคงมา update blog ประมาณอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งนะครับ ช่วยๆกันติดตามด้วยเน้อ :)

9 ความคิดเห็น:

@World กล่าวว่า...

สู้ต่อไปนะคับทั่น x รวยแล้ว ช่วยเพื่อนด้วย

World(Da)

Unknown กล่าวว่า...

้้สำเร็จแล้ว เย้ๆ
ตั้งใจ up blog ต่อไปนะค้าา จะเป็นกำลังใจให้จ้าา
สู้ๆ aja aja fighting (^o^)v

Unknown กล่าวว่า...

เย่มเลยเพื่อน เสี่ย X ... จะขอเอาไปแชร์ให้คนอื่นด้วยนะ แบ่งปันความรู้ ขอบคุณมากๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สุดยอดเลย เสี่ย x จะคอยติดตามตอนต่อไป ...

Meen กล่าวว่า...

กระผมก็รออยู่เช่นกันนะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

แวะเข้ามาเรื่อยๆ นะ :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

cool

a_goo กล่าวว่า...

มาเจิมๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากเลยนะครับ สำหรับบทความ