เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เหมาะกับช่วงต้นเดือนแบบนี้พอดี เนื่องจาก ช่วงนี้เป็นช่วงที่มนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย (รวมทั้งผมด้วย) พึ่งจะได้รับเงินเดือนมา ซึ่งไอ้เจ้าเงินเดือนนี่แหละ ที่เป็นแหล่งเงินที่เราจะนำไปลงทุน แต่เนื่องจากการลงทุนมันก็ต้องมีจังหวะ มีช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่าเงินเดือนออกปุ๊ปก็เอาไปลงทุนทันที ก็จะเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วระหว่างที่เราพักเงินลงทุนไว้ เพื่อรอช่วงเวลาในการลงทุนที่เหมาะสมเนี่ย เราจะเอาเงินลงทุนไปพักไว้ที่ไหนดี?
บางคนก็บอกว่า เงินเดือน โอนเข้ามาบัญชีออมทรัพย์ของเราอยู่แล้ว งั้นก็ปล่อยไว้นั่นแหละ ไว้จะลงทุนค่อยถอนออกมา ไม่ต้องวุ่นวาย ได้ดอกเบี้ยด้วย แต่อย่าลืมครับ!! ดอกเบี้ยออมทรัพย์ตอนนี้ 0.75% เท่านั้น น้อยกว่าเงินเฟ้อ (ตอนนี้ประมาณ 2% กว่าๆ) ตั้งเยอะ แล้วจะปล่อยไว้ทำไมหล่ะครับ?
วันนี้ผมเลยมาเสนอแหล่งพักเงินลงทุนที่ต่างๆ ที่ผมเคยทดลองมา ... ตามมาดูกันเลยครับ
ทางเลือกที่ 1 : ฝากออมทรัพย์นั่นแหละ แต่เลือกแบงค์เล็กหน่อย เช่น ธนชาต (ดอกเบี้ย 2%), ทิสโก้ แบงค์ (ดอกเบี้ย 2%), LH Bank (ดอกเบี้ย 1.625%) ฯลฯ ซึ่งสาเหตุที่แบงค์พวกนี้ให้ดอกเบี้ยเยอะ เพราะเป็นแบงค์เล็ก ระดมเงินได้ยาก ก็เลยต้องมีดอกเบี้ยล่อใจหน่อย (ที่แบงค์เล็ก ระดมเงินได้ยาก เพราะคนกลัวว่าแบงค์จะล้ม แต่พวกเราไม่ต้องกลัวเท่าไหร่ เพราะปัจจุบัน กองทุนฟื้นฟู ยังประกันเงินฝากของเราให้ 100% อยู่ และแม้ว่าต่อไปจะมีพรบ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ก็จะยังคุ้มครองเงิน 1 ล้านแรกที่เราฝากไว้ในแต่ละแบงค์ 100% อยู่ดี)
ทางเลือกที่ 2 : [ทางเลือกนี้ผมใช้อยู่ จากที่เคยใช้ทางเลือกแรก] นำเงินไปซื้อกองทุนรวม* ที่ลงทุนในตราสารเงิน* หรือ ตราสารหนี้ระยะสั้น* (ผมขอเรียกง่ายๆว่า กองทุนตราสารเงิน แล้วกันนะครับ) ซึ่งตราสารเหล่านี้จะมีความเสี่ยงต่ำ ถึง ต่ำมาก เผลอๆ บางตราสารยังต่ำกว่า ฝากแบงค์อีกครับ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นตราสารหนี้ภาครัฐ ซึ่งยังไงรัฐไม่มีทางล้มแน่ๆ (เพราะถ้ารัฐจะล้ม ไม่มีเงินมาคืนหนี้ ก็จะออกพันธบัตรอีก ไปเรื่อยๆ ฮ่าๆๆ) ในขณะที่แบงค์ยังมีสิทธิล้มได้
* ใครที่อ่านแล้วงงว่า กองทุนรวมคืออะไร ตราสารคืออะไร เดี๋ยวครั้งต่อๆไป ผมจะเล่าโดยละเอียดให้ฟังนะครับ ครั้งนี้เอาคร่าวๆ ก่อน ตามนี้เลยครับ
- กองทุนรวม คือ การที่คนหลายๆคนเอาเงินมารวมกัน แล้วก็มีคนที่รับเอาไปบริหาร (โดยปกติที่เราซื้อกองทุนรวมกัน บริษัทที่รับเงินของเราไปบริหาร จะเรียกว่า บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม - บลจ.)
- ตราสารหนี้ ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆก็คือ สัญญาเงินกู้ นั่นเอง เช่น พันธบัตรรัฐบาล ก็คือสัญญาเงินกู้ ที่รัฐกู้เงินจากเรา โดยมีกำหนดว่าจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้เราตามสัญญา และมีระยะเวลาที่จะคืนเงินกู้ในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา
- ตราสารเงิน ก็จะคล้ายๆกับตราสารหนี้ แต่ผลตอบแทนที่ได้ จะมาจากส่วนลดที่เราได้จากตราสารนั้นๆ แทนที่จะเป็นดอกเบี้ย เช่น ตั๋วแลกเงินที่ผู้ที่ต้องการกู้เงินจากเรา ขายให้เราในราคา 97 บาท และกำหนดว่าจะให้เราแลกเงินคืนได้ 100 บาท ในอีก 3 เดือน เป็นต้น
หลายๆคน เห็นว่ากองทุนพวกนี้ความเสี่ยงต่ำ ก็คิดว่าผลตอบแทนก็น่าจะต่ำไปด้วย (ตามหลัก Low Risk Low Return) ปรากฎว่า ผลตอบแทนกลับสูงกว่าฝากแบงค์อีกครับ เช่น
- กองทุนเปิดทหารไทยธนรัฐ ของ บลจ.ทหารไทย ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน ที่ 2.60% ต่อปี
- กองทุนเปิดทหารไทยธนบดี ของ บลจ. ทหารไทย ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน ที่ 2.71% ต่อปี (กองนี้ ผมเป็นลูกค้าอยู่ :))
- กองทุนอยุธยาตราสารเงิน ของ บลจ. อยุธยา ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน ที่ 2.54% ต่อปี
แถมกองพวกนี้มีสภาพคล่องค่อนข้างสูงทีเดียวครับ คือกรณีที่เราซื้อไปแล้ว เมื่อขาย จะได้รับเงินคืนวันรุ่งขึ้นหลังจากวันที่ขายเลย (เรียกว่า ได้รับเงินคืน ในวันที่ T+1 เมื่อ T คือวันที่เราทำรายการ) และกองพวกนี้ยังมีค่าธรรมเนียมในการซื้อ-ขายที่ต่ำมาก ขนาด ว่าซื้อวันนี้ ขายพรุ่งนี้ ยังคุ้มค่าธรรมเนียมเลยครับ
จากที่ได้บอกไปแล้วว่า ผมเอง เลือกทางเลือกที่ 2 ในการพักเงินลงทุน โดยที่ผมปฏิบัติอยู่ ก็คือ พอเงินเดือนออก ก็จะโอนเงินส่วนที่กันไว้ว่าจะใช้ลงทุนของแต่ละเดือน ไปเก็บไว้ในกองทุนตราสารเงิน และพอมีการลงทุนอะไรที่สนใจ ก็จะขายกองทุนนำเงินไปลงทุนอีกทีหนึ่ง (วิีธีนี้นอกจากได้ผลตอบแทนดีกว่าทิ้งเงินไว้ในออมทรัพย์แล้ว ยังช่วยให้เราไม่เผลอเอาเงินที่เราจะเก็บไว้ลงทุน มาใช้ด้วยครับ :D)
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ผมซื้อๆ-ขายๆ กองทุนไปมานี่ไม่ลำบากหรือ คำตอบก็คือไม่เลยครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ทางบลจ. เค้าจะมีให้บริการซื้อ-ขาย ทาง Internet, ทางโทรศัพท์, ทางตู้ ATM ได้ สะดวกทีเดียวครับ นอกจากนี้ บางบลจ. ยังมีพิเศษกว่านั้น เช่น บลจ. ทหารไทย ที่มีบริการบัตร TMB Extra Cash ซึ่งเป็นบัตรคล้ายๆ ATM ให้เราสามารถสั่งขายกองทุนทหารไทยธนบดีที่ตู้ ATM และได้เงินออกมาเลยทันที (ถ้าบลจ. อื่น หรือ กองทุนอื่น สั่งขายได้ แต่ไม่ได้เงินทันที)
ยังไงถ้าใครสนใจเกี่ยวกับการพักเงินลงทุนไว้ในกองทุนตราสารเงิน ก็ Comments กันเข้ามาได้นะครับ เผื่อจะได้เขียนเป็นอีกตอนนึงครับ :)
X
ปล. เนื่องจากผมไม่มีวัน update Blog ที่แน่นอน ดังนั้น อาจจะต้องรบกวนผู้ที่สนใจ สมัครรับ RSS Feed โดยกดที่ Subscribe in a reader ทางขวาของหน้าจอครับ
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

4 ความคิดเห็น:
จารย์เอ๊กซ์ช่วยสอนเกี่ยวกับกองทุนตราสารเพิ่มจะดีมั่กเรยย
จังหวะไหนควรซื้อ
ดูข้อมูลที่ไหน ยังไง
ดีไม่ดีเลือกยังไง
สุดท้ายก็ฟันธงมาเรยยค้าบบบ
อยากรู้ข้อมูลอื่นๆ เหมือนกัน อย่างการซื้อทอง
หรือที่ดินเก็บไว้ คิดว่ามันก็น่าจะเป็นช่วงๆ เหมือนกัน
blog นี้ให้ความรู้ดีมากเลยครับ
เป็นบล็อกที่อธิบายเกี่ยวกับการลงทุนได้ดีมากๆ บล็อกหนึ่งเลยนะครับ
แสดงความคิดเห็น