สวัสดีครับ
ไม่ได้มา Update Blog ซะนานเลยครับ ยังไงจะพยายามมา Update ไม่ให้ขาดนะครับ :)
ช่วงที่ผ่านมามีใครสังเกตหรือเปล่าครับ ว่าทาง Money Channel เค้ามีการเปลี่ยน Logo ของช่อง รวมไปถึงสโลแกนของช่องด้วย ที่ผมติดใจจนอยากมาเล่าให้ฟัง ก็คือ ตัวสโลแกนนี่แหละครับ "Investment = (saving) ยกกำลัง 2" ... ส่วนตัวผมชอบมากเลยครับ ดูมันเป็นความจริงมากๆ เพื่อนๆเห็นว่าอย่างไรกัน ก็แสดงความคิดเห็นเข้ามาได้นะครับ
เอาหล่ะ มาว่ากันถึงเรื่องที่เราจั่วหัวไว้กันดีกว่า ว่าไอ้เจ้า LTF เนี่ยมันคืออะไร
LTF ย่อมาจาก Long Term Equity Fund หรือชื่อภาษาไทยว่า กองหุ้นรวมหุ้นระยะยาว ซึ่งถ้าเราดูจากชื่อ ก็บอกได้เลยว่า เป็นกองทุนรวม ที่ระดมเงินไปลงทุนในหุ้นแน่ๆ (ใครที่ไม่รู้ว่า กองทุนรวม คืออะไร อ่านได้ที่ Link ครับ) แต่แล้วไอ้คำว่า "ระยะยาว" นี่หล่ะ มันคืออะไร
ก่อนอื่นก็ต้องมาว่าถึงจุดกำเนิดของ LTF กันก่อน LTF เนี่ย เกิดมาจากการที่ทางภาครัฐ ต้องการที่จะเพิ่มสัดส่วนของนักลงทุนสถาบัน ในตลาดหลักทรัพย์ให้มากขึ้น (กองทุนรวมก็เป็นนักลงทุนสถาบันประเภทหนึ่ง) เพื่อที่ตลาดฯจะได้ไม่ผันผวนไปตามแรงซื้อ-ขายของนักลงทุนรายย่อย และ นักลงทุนต่างประเทศมากเกินไป (จากฐานความเชื่อที่ว่า นักลงทุนสถาบันจะมีระยะเวลาการถือหุ้นที่ยาวกว่า และ ไม่ได้เข้ามาเล่นหุ้นในแนวเก็งกำไรมากนัก)
ดังนั้นทางภาครัฐจึงทำการออกกองทุน LTF ขึ้นมา โดยมีสิ่งจูงใจให้คนซื้อคือ ผู้ซื้อสามารถนำจำนวนเงินที่ซื้อ LTF ไปหักลดจากรายได้ที่จะนำไปคิดภาษีของตนได้ สำหรับการคิดภาษีในปีนั้นๆ ที่เราทำการซื้อ LTF (เช่น ผมซื้อ LTF ปีนี้ 5,000 บาท และปีนี้ผมมีรายได้ 200,000 บาท รายได้ที่จะเอาไปคิดภาษีของผม ก็จะได้ลด เหลือแค่ 195,000 บาท เท่านั้น แต่ก็เฉพาะปีนี้นะครับ ปีหน้าถ้าอยากลดอีก ก็ต้องซื้ออีก) แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า ผู้ที่ทำการซื้อกองทุนนี้แล้ว จะขายได้อีกที เมื่อผ่านไป 5 ปีปฏิทิน เพื่อที่จะได้สมดังความตั้งใจของทางภาครัฐ ที่ต้องการลดความผันผวนของตลาดฯ โดยการส่งเสริมให้ถือหุ้นเป็นระยะเวลานานๆ จึงเป็นที่มาของคำว่า "ระยะยาว" ในชื่อของ LTF นั่นเอง
อาจจะมีบางคนสงสัยว่า 5 ปีปฏิทิน ต่างกับ 5 ปีเฉยๆอย่างไร ปกติถ้าเราพูดว่า 5 ปี เราจะหมายถึง การนับเดือนชนเดือน เช่น ถ้าเริ่มนับวันแรกเป็นวันที่ 1 ธ.ค. 2550 จะครบ 5 ปี ตอนวันที่ 30 พ.ย. 2555 แต่ถ้าเราบอกว่า 5 ปีปฏิทิน จะหมายถึง การนับจำนวนปีจากเฉพาะตัวเลขปี พ.ศ. อย่างเดียว ไม่ดูเดือน เช่น ถ้าเริ่มนับวันแรกเป็นวันใดก็ได้ในปี 2550 จะครบ 5 ปีปฏิทิน ตอนวันที่ 1 ม.ค. 2554
ดังนั้น ถ้าเราจะถือครอง LTF ให้สั้นที่สุด เราก็ซื้อ LTF วันที่ 31 ธ.ค. 2550 แล้วไปขายวันที่ 1 ม.ค. 2554 ก็จะถือเป็น 5 ปีปฏิทินแล้ว แต่ก็ต้องระวังนิดนึง เพราะกองทุน LTF จะเปิดให้เราขายได้ แค่ 2 ครั้งต่อปี ในช่วงเวลาที่กองนั้นๆกำหนด เพราะฉะนั้น ถ้ากองที่เราซื้ออยู่ ไม่ได้เปิดให้เราขาย ตอนต้นๆปี เราก็จะขายไม่ได้ ต้องรอไปจนถึงเวลาที่ทางกองทุนกำหนด
ข้อควรระวังอีกข้อก็คือ ถ้าเราทำผิดกฎของ LTF คือมีการขายคืนกองทุน ก่อน 5 ปีปฏิทิน เราจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่เราได้รับไปในปีที่เราซื้อนั้น + ดอกเบี้ย ซึ่งผมไม่แนะนำให้ทำผิดกฎนะครับ เพราะเท่าที่จำได้ ดอกเบี้ยคิดโหดทีเดียว และข้อควรระวังข้อสุดท้าย ... LTF จะให้สิทธิเราลดหย่อนรายได้ที่เราจะไปคิดภาษี ได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ของเราในปีนั้นๆ หรือ ไม่เกิน 300,000 บาท ขึ้นกับว่าค่าไหนต่ำกว่ากัน เช่น ถ้าผมรายได้ 1,000,000 บาท ผมก็สามารถซื้อ LTF เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนรายได้ที่จะนำไปคิดภาษีได้ = 15% ของ 1,000,000 บาท คือ 150,000 บาท โดยถ้าผมซื้อ LTF เกิน 150,000 บาทนี้ ก็สามารถซื้อได้นะครับ แต่จะเอามาลดหย่อนได้แค่ 150,000 บาทเท่านั้น หรือ ถ้าผมมีรายได้ 2,200,000 บาท ผมควรจะซื้อ LTF แค่ 300,000 บาทเท่านั้น (เนื่องจาก 15% ของ 2,200,000 บาทคือ 330,000 บาทซึ่งเกิน 300,000 บาท เราจึงใช้ค่าที่ต่ำกว่าครับ)
เนื่องจาก LTF เป็นกองทุนรวมประเภทที่ไปลงทุนในหุ้น ซึ่งมีข้อกำหนดว่าจะต้องลงทุนในหุ้นอย่างน้อย 65% แต่ส่วนที่เหลือ จะไปลงทุนในอะไรก็ได้ จึงทำให้ LTF แต่ละกองทุน มีความแตกต่างกันในสัดส่วนการลงทุน และ นอกจากนี้แต่ละกองยังแตกต่างกัน ในนโยบายการจ่ายปันผล (บางกองก็จ่าย บางกองก็ไม่จ่าย) รวมไปถึงนโยบายการบริหาร ทำให้มี LTF มากมายหลายประเภทอยู่ในท้องตลาด ซึ่งการแบ่งประเภทของ LTF สามารถไปดูได้ที่ Link ครับ
อ่านแล้วหลายๆคนคงสนใจ LTF กันพอสมควร โดยเฉพาะในประเด็นการประหยัดภาษี ยังไงถ้าใครอ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ หรือ อยากถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถถามมาได้นะครับที่ปุ่มแสดงความคิดเห็นทางด้านล่าง หรือจะลองเข้าไปศึกษาที่ www.set.or.th/ltf ดูก็ได้ครับ :)
X
ปล. ผมมีบทความจากหนังสือ Money & Wealth ที่สรุป LTF ทุกกองทุนในท้องตลาด พร้อมทั้งจำแนกประเภทไว้เรียบร้อย อยู่ ถ้าใครสนใจก็บอกมาได้นะครับ เดี๋ยวผมจะ scan แล้ว Email ไปให้
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

7 ความคิดเห็น:
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ น้า อาจารย์เอ็กซ์
มาติดตามเหมือนกันครับ
เก่ง
ถ้าไม่รบกวนเกินไป ขอความกรุณาส่งบทความให้ด้วยนะครับ sirichai_st@hotmail.com
ผมได้เพิ่ม E-mail ให้แล้วนะครับคุณ sirichai
จะมี E-mail ไปเพื่อ Confirm อีกทีนึง รบกวนคุณ sirichai ช่วย activate ด้วยนะครับ
สวัสดีครับ ผมกำลังสนใจเกี่ยวกับ LTF/RMF และกำลังหาข้อมูลจึงรบกวนขอบทความด้วยครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ชัช chatchai.9859@gmail.com
ขอความกรุณา email บทความให้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ sitajing.jadeangel@gmail.com
ผมลงทะเบียน E-mail ให้แล้วนะครับ รบกวนคุณ maneerat ไปกดคอนเฟิร์มใน E-mail ด้วยครับ :)
แสดงความคิดเห็น