หลายๆคนอาจจะเคยได้ยิน คนพูดถึง RMF พร้อมๆกับ LTF แต่ก็ไม่รู้ว่า RMF นี่มันคืออะไร (ส่วน LTF น่าจะรู้แล้วนะครับ จากบทความคราวที่แล้ว :D) วันนี้เราจะมาคุยกันครับ
RMF ย่อมาจาก Retirement Mutual Fund ครับ ดูจากชื่อแล้ว ก็น่าจะพอเดาได้ครับว่า เป็นกองทุนที่มีจุดประสงค์ที่จะให้เราออมเงินไว้ เพื่อที่จะใช้จ่ายในยามที่เกษียณแล้ว โดยกองทุน RMF นี้ จะมีทั้งกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ ตราสารทุน ฯลฯ เหมือนกับกองทุนรวมทั่วๆไป แต่จะมีลักษณะพิเศษที่สำคัญอยู่ 2 ข้อ ก็คือ
- เมื่อเราซื้อหน่วยลงทุนแล้ว จะขายคืนได้ หลังจากอายุ 55 ปีขึ้นไป (และถือหน่วยลงทุนนั้นมาเกิน 5 ปีแล้ว) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราจะเกษียณ หรือ เกษียณไปแล้ว
- ผู้ลงทุนจะต้องซื้อ RMF ทุกปี ไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ หรือ ไม่น้อยกว่า 5,000 บาท ต่อปี โดยอนุโลมให้เว้นช่วงได้ช่วงละ 1 ปี (สามารถซื้อปีเว้นปีได้) และถ้าผู้ลงทุนไม่มีเงินได้ในปีนั้นๆ ก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องซื้อในปีนั้นได้
(แนวคิดของกองทุน RMF จะเหมือนกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) เลยครับ คือ ออมไว้ใช้ตอนเกษียณ หรือ ออมไว้ใช้ตอนออกจากงาน)
ถ้ามีข้อกำหนดอย่างนี้ เพื่อนๆอาจจะถามว่า แล้วใครจะซื้อหล่ะ ต้องทิ้งเงินไว้ กว่าจะได้ใช้อีกตั้งนาน ... ผมคิดว่าจริงๆมันก็น่าซื้อนะครับ สำหรับผู้ที่คิดว่าตนเองยังอาจจะมีวินัยทางการเงินไม่สูงนัก เพราะจะเป็นการบังคับเราออมไปในตัว ไม่ให้เราเผลอนำเงินไปใช้จ่ายจนหมด แล้วไม่มีเงินที่จะเลี้ยงตนเองตอนเกษียณ
ฟังจากเหตุผลที่ผมบอกไป อาจจะยังไม่ดึงดูดนัก ทางรัฐบาล (ที่อยากส่งเสริมให้คนออมเงินไว้ตอนเกษียณเยอะๆ รัฐจะได้ไม่ต้องลำบากมาช่วยเลี้ยง -_-' เพราะเงินที่เราจะได้จากประกันสังคมมันน้อยนิดมาก) จึงได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ที่ซื้อกองทุน RMF โดยการให้ผู้ที่ซื้อ RMF สามารถนำเงินที่ซื้อ RMF ไปหักลดหย่อนรายได้ที่จะนำมาคิดภาษีเงินได้ ได้ โดยกำหนดให้หักได้ปีหนึ่งไม่เกิน 15% ของรายได้ และเมื่อรวมเข้ากับเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. ที่ผู้ลงทุนมีอยู่เดิมต้องไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี ตัวอย่างเช่น ถ้าผมมีรายได้ 2,000,000 บาท คิด 15% จะได้ 300,000 บาทพอดี แต่ถ้าผมมีจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว 50,000 บาท ผมก็จะซื้อ RMF ได้สูงสุดเพียง 250,000 บาท เป็นต้น และ ยังมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกข้อ คือ กำไรที่ได้หลังจากที่เราขายหน่วยลงทุนแล้ว จะไม่ต้องเสียภาษีจากกำไรนั้นๆ
สำหรับใครที่ถือหน่วยลงทุน RMF อยู่ แล้วต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน ไม่สามารถรอไปขายหลังอายุ 55 ปีได้ ก็สามารถขายได้นะครับ แต่ก็จะมีบทลงโทษบางอย่าง ซึ่งผมจะไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ เพราะไม่ส่งเสริมให้ขายก่อนอายุ 55 ปีครับ ;) (บอกไว้เป็นความรู้ ก็คือ จะเป็นการลงโทษเกี่ยวกับการ ให้คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้ไปนั่นแหละครับ)
จากการที่ RMF มีหลากหลายกองทุน และแต่ละกองทุนก็มีนโยบายที่จะไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆกัน (ไม่เหมือน LTF ที่ลงทุนหุ้นเป็นหลัก) ดังนั้นเพื่อที่จะให้ผู้ลงทุนได้ปรับการลงทุนของตน ตามความเสี่ยงในแต่ละช่วงได้ (เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาวมาก) ทางรัฐจึงยอมให้ผู้ลงทุนสามารถสลับเงินลงทุนระหว่างกองทุน RMF ด้วยกันได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขายหน่วยลงทุน เช่น ตอนแรกผมอาจจะซื้อเป็นกองทุน RMF ที่ลงทุนในพันธบัตร ซึ่งเสี่ยงน้อย แต่ผลตอบแทนก็น้อย พอมาปีนี้ ผมคิดว่าหุ้นน่าจะขึ้นแรงแน่ๆ ผมก็สามารถสลับเงินลงทุนไปยังกองทุน RMF ที่ลงทุนในหุ้นได้ เป็นต้น
เป็นไงบ้างครับ อ่านกันมาถึงบรรทัดนี้ สนใจ RMF กันไหมครับ ถ้าถามความเห็นผมว่าน่าซื้อ RMF หรือเปล่า ก็คงตอบอย่างที่บอกไปแล้วว่า ผมสนับสนุนให้ซื้อนะครับ สำหรับผู้ที่คิดว่า ถ้าเก็บเงินไว้เอง จะต้องเอาไปใช้จ่ายหมด ไม่เหลือถึงตอนแก่แน่ๆ ส่วนถ้าถามว่าจะซื้อ RMF ที่ลงทุนในอะไรดี ผมเชียร์กองทุน RMF ที่ลงทุนในหุ้นครับ เพราะจากการวิจัยที่ผมเคยอ่านเจอ (จำไม่ได้แล้วว่าอ่านเจอที่ไหน) การลงทุนที่ดีที่สุดในระยะยาว ก็คือ หุ้นครับ
X
ปล. สำหรับใครที่สนใจอยากรู้เรื่อง RMF ละเอียดขึ้น (เช่นเกี่ยวกับเรื่องบทลงโทษกรณีขายกองทุนก่อน) ลองไปอ่านได้ที่ Link นี้นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น