สวัสดีครับ
ไม่ได้เข้ามา Update ซะนานเลย -_-' ยุ่งๆเรื่องเรียน + ขี้เกียจไปเองอีกต่างหาก ยังไงจะพยายามมา Update ให้ได้สม่ำเสมอขึ้นครับ (คราวนี้หลายๆคนเห็นหัวข้อแล้ว อาจจะตกใจว่าจะมาคุยเรื่องอะไรยากๆหรือเปล่า ยังยืนยันคำเดิมครับ ว่าผมจะพยายามอธิบายเรื่องที่ยากๆให้ คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายขึ้นให้ได้ครับ)
โดยครั้งนี้ผมจะมาพูดถึงการลงทุนในหุ้นกันนะครับ โดยครอบคลุมทั้งการลงทุนในหุ้นเอง แล้วก็การลงทุนในหุ้นผ่านทางกองทุนรวม (แน่นอนว่า กองทุน RMF กองที่ลงทุนในหุ้น และ กองทุน LTF ก็รวมอยู่ด้วย) ซึ่งผมจะขอเรียกรวมๆไปว่าหุ้นแล้วกันนะครับ เพื่อความง่ายในการเขียนครับ
ปกติที่เราเข้าใจกันก็คือ เราควรจะซื้อหุ้น ในราคาที่ต่ำๆ แล้วก็ไปขายที่ราคาที่สูงๆ เพื่อที่เราจะได้กำไรกัน แต่หลายๆคนก็จะพบปัญหาว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรหล่ะ ว่าวันไหนที่ราคาที่เราซื้อเนี่ย จะต่ำที่สุด บางคนซื้อหุ้นไปวันนี้ เพราะคิดว่าราคามันน่าจะต่ำแล้ว ปรากฎว่า 1 อาทิตย์ผ่านไป ราคาก็ตกไปต่ำกว่าที่ซื้อเสียอีก ดังนั้นจึงมีผู้ที่คิดค้นวิธีการซื้อขายหุ้นแบบ Dollar Cost Average (DCA) ขึ้นมา โดยจะเป็นวิธีที่ให้เราซื้อหุ้นที่เราต้องการเป็นจำนวนเงินเท่าๆกัน ทุกๆเดือน หรือ ทุกๆปี จนครบจำนวนเงินที่เราต้องการลงทุน เพื่อที่เราจะได้ทำการเฉลี่ยต้นทุนหุ้นของเราไป ทั้งในยามที่หุ้นตัวนั้นตก และ หุ้นตัวนั้นขึ้น เป็นการลดความเสี่ยง ที่เราจะไปซื้อหุ้นตัวดังกล่าว ที่ราคาสูงสุดที่มันขึ้นไป
ตัวอย่างเช่น ต้องการลงทุนในหุ้น A 120,000 บาท ก็ให้ซื้อหุ้น A ทุกเดือน เดือนละ 10,000 บาท จนครบ 120,000 บาทในเวลาหนึ่งปี ถ้าเดือนแรกที่ซื้อหุ้น A มีราคาหุ้นละ 1 บาทเราซื้อได้ 10,000 หุ้น แต่ถ้าเดือนถัดไปหุ้นขึ้นไปเป็น 2 บาทต่อหุ้นเราก็ซื้อหุ้น A เพียง 5,000 หุ้น เป็นต้น (ตัวอย่างนี้ดัดแปลงมาจากบทความ Trading Sytem ของ ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร)
ซึ่งวิธีนี้ได้ผ่านการทดลองมาแล้ว พบว่าในระยะยาวสามารถให้ผลตอบแทนได้มากกว่า การพยายามจับจังหวะของตลาด เพื่อที่จะซื้อหุ้นให้ได้ราคาถูกที่สุด และยังช่วยให้ผู้ลงทุนมีวินัยในการลงทุนมากขึ้นอีกด้วยครับ (บังคับลงทุนเดือนละเท่าๆกัน)
สำหรับตัวผมแล้ว ได้นำเอาวิธีนี้มาใช้ในการซื้อกองทุน LTF ครับ เนื่องจากผมเดาไม่ถูกเหมือนกันว่า วันไหนที่ราคาหน่วยลงทุนจะลดต่ำที่สุด ผมก็เลยใช้วิธี DCA ในการซื้อ LTF ครับ โดยที่ผมจะกำหนดคร่าวๆก่อนว่าปีนี้ ผมจะซื้อ LTF ทั้งหมดเท่าไหร่ จากนั้นก็เอาหาร 12 เป็นจำนวนเงินที่ต้องซื้อ LTF ในแต่ละเดือน ซึ่งก็ค่อนข้างได้ผลนะครับ เช่นปีนี้ ที่ผมก็จะมีต้นทุนของ LTF ทั้งช่วงที่ SET Index ยังเป็น 600 กว่าจุด ไปจนถึง SET Index ในช่วง 900 กว่าจุด (รูปประกอบ) ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของผม ก็ยังต่ำกว่าการที่ผมมาซื้อเอาทีเดียวตอนสิ้นปีแบบนี้ ที่ Index อยู่ประมาณ 800 จุดครับ (ส่วนการลงทุนในหุ้นโดยตรงผมไม่ได้ใช้วิธีนี้ครับ)
จากที่เล่ามาแล้ว เพื่อนๆก็ลองพิจารณากันดูนะครับ ว่าจะนำวิธี DCA มาใช้ในการลงทุนของเพื่อนๆได้อย่างไรบ้าง และถ้ามีข้อสงสัยใดๆ ก็สามารถ Post ความคิดเห็นกันไว้ได้นะครับ
X
ปล. หลายๆ บลจ. จะมีบริการซึ่งใช้แนวคิด DCA อยู่เหมือนกัน โดยจะเป็นบริการตัดบัญชีธนาคารของเรา เพื่อนำไปลงทุนเป็นจำนวนเท่าๆกันทุกเดือน ตามที่เราได้ตกลงกับทางบลจ.ไว้ ซึ่งก็น่าจะช่วยเพิ่มวินัยทางการลงทุนของเราได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น บลจ. วรรณ ที่มีโครงการ Automatic Millionaire Program หรือ บลจ. ทหารไทย ที่ผมคุ้นๆว่าในระบบ ซื้อขายทาง Internet สามารถระบุได้
ปล.2 ผม search เจอเรื่องเกี่ยวกับ DCA ที่เป็นภาษาไทย มา Link หนึ่ง ถ้าใครสนใจอยากรู้แบบละเอียด ก็ไปดูได้นะครับ เค้ามีเรื่อง Value Cost Average แถมให้ด้วยครับ :)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น