ช่วงนี้ก็มาถึงช่วงของการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปีกันอีกแล้ว (1 ม.ค. 2551 - 31 มี.ค. 2551) ผมก็เลยจะขอเขียนเกี่ยวกับเรื่องของภาษีซักหน่อย ว่ามันมาเกี่ยวข้องกับการลงทุนของเราอย่างไร โดยเริ่มตอนแรกนี้ ผมจะขอเริ่มจากการมาแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซะก่อน ว่ามันคืออะไร มีอัตราการเสียภาษีอย่างไร (สำหรับใครที่รู้อยู่แล้ว อาจจะลองอ่านทบทวนความรู้ดู ก็ได้นะครับ :D)
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ "ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป ที่มีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งปกติจัดเก็บเป็นรายปี โดย รายได้ที่เกิดขึ้นในปีใดๆ ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปแสดง รายการตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนด ภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป" (ดัดแปลงจากเว็บไซต์ของกรมสรรพากร > Link)
ทีนี้ไอ้ "รายได้" ที่เค้าพูดถึงเนี่ย จะประกอบด้วยอะไรบ้าง ? สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ ไอ้รายได้เนี่ย ก็คือ เงินเดือน, โบนัส ที่เราได้จากการทำงานนี่แหละครับ แต่นอกจากเงินเดือนแล้ว ก็ยังมีรายได้อีกหลายประเภท เช่น จากการลงทุนในตราสารทางการเงินต่างๆ, การรับจ้างทำของ, กำไรจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ อีกด้วย (ในบรรดารายได้อื่นๆเหล่านี้ ผมจะขอเล่าให้ฟัง เฉพาะรายได้ที่ได้จากการลงทุนในตราสารทางการเงินต่างๆ แล้วกันนะครับ เพื่อให้เข้ากับ Concept ของ Blog และ ที่สำคัญ อันอื่นผมไม่มีความรู้ด้วยครับ 0_o" เล่าไป จะปล่อยไก่ซะเปล่าๆ)
สำหรับภาษีที่ทางสรรพากรจะจัดเก็บ จะคำนวณจากรายได้ของเรานั่นเองครับ แต่ครั้นจะคิดจากรายได้ที่เราได้มาทั้งหมดเลย ก็จะดูโหดร้ายเกินไป ทางสรรพากรจึงได้มีการยกเว้นเงินได้บางส่วนที่ไม่ต้องเสียภาษี และ ยังให้เราสามารถ นำค่าใช้จ่าย และ รายการลดหย่อนต่างๆ มาใช้ในการลดรายได้ที่จะนำไปคำนวณภาษีของเราได้ (ผมจะไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ ว่ามีรายการอะไรบ้าง ที่เราจะนำมาใช้ลดภาษีของเราได้ แต่ถ้าอยากทราบ สามารถสอบถามเข้ามาได้ครับ)
โดยอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ทางรัฐบาลจะเรียกเก็บจากเรา จะนำยอดเงินได้สุทธิ (หลังจากหักเงินได้ที่ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี, ค่าใช้จ่าย, รายการลดหย่อนต่างๆ) ไปคำนวณภาษี โดยใช้อัตราดังนี้
ที่มา : อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในเว็บไซต์ กรมสรรพากร
เงินได้สุทธิ | ช่วงเงินได้สุทธิ แต่ละขั้น | อัตราภาษี ร้อยละ | ภาษีแต่ละขั้น เงินได้สุทธิ | ภาษีสะสม สูงสุดของขั้น |
1 - 100,000 | 100,000 | - | - | |
100,001 - 500,000 | 400,000 | 10 | 40,000 | 40,000 |
500,001 - 1,000,000 | 500,000 | 20 | 100,000 | 140,000 |
1,000,001 - 4,000,000 | 3,000,000 | 30 | 900,000 | 1,040,000 |
4,000,001 บาทขึ้นไป |
| 37 |
|
|
หมายเหตุ สำหรับเงินได้สุทธิที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2551 เป็นต้นไป จะได้รับยกเว้นภาษีในช่วงเงินได้สุทธิตั้งแต่ 1 - 150,000 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เป็น 1 - 100,000 บาทครับ (รายละเอียดดูได้ที่ Link เดิมนะครับ)
ถ้าอธิบายจากตารางนี้ ก็คือ การคิดภาษี จะมีการแยกรายได้ที่ตกในแต่ละขั้น ไปคิดภาษีแยกจากกันนั่นเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าผมมีรายได้สุทธิทั้งหมด 600,000 บาท ผมก็จะต้องเสียภาษี (100,000 x 0%) + (400,000 x 10%) + (100,000 x 20%) = 60,000 บาท
สำหรับครั้งนี้ ขอเกริ่นนำไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ คราวหน้าเราจะมาดูกันครับ ว่าการลงทุนของเราในช่องทางต่างๆ จะต้องเสียภาษีอย่างไร และเราเสียเยอะเกินไป กว่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่า
X

2 ความคิดเห็น:
ขอบคุณมากเลยนะครับ สำหรับบทความ
ขอบคุณที่สุดค่ะ
แสดงความคิดเห็น