วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

19 | ภาษีกับการลงทุน (3) : การเรียกคืนภาษีของดอกเบี้ยเงินฝากประจำ

สวัสดีครับ
ห่างหายไม่ได้ update ไปซะนาน ไม่รู้จะยังมีคนอ่านกันอยู่หรือเปล่า -_-'

ตามที่คราวที่แล้วสัญญาไว้ว่าจะมาพูดถึง "ภาคปฏิบัติของการเรียกคืนภาษีที่โดนหัก ณ ที่จ่ายไปของดอกเบี้ยเงินฝากประจำไป" ครั้งนี้เราก็จะมาพูดถึงเรื่องนี้กันครับ โดยผมขอสรุปเป็นขั้นตอนออกมาเป็นข้อๆนะครับ


ทำไมต้องขอคืนภาษีของดอกเบี้ยเงินฝากประจำ (ย้อนความนิดนึงนะครับ :D)
จากครั้งที่แล้ว ที่ผมได้บอกไว้ว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำเนี่ย จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 15% ทันที ตอนที่เราได้รับดอกเบี้ย (จะทุก 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ก็แล้วแต่ว่าฝากประจำแบบไหน) อย่างเช่น ถ้าผมฝากประจำ 3 เดือนไว้ พอครบ 3 เดือน ถ้าดอกเบี้ยที่ได้คือ 100 บาท ก็จะได้รับจริงแค่ 85 บาท โดนหักภาษีไว้ 15 บาท เป็นต้น

แต่จากที่เราเคยบอกไปแล้วว่า คนที่มีรายได้ต่างกัน ก็จะเสียภาษีจากฐานภาษีที่ต่างกันไปด้วย (ตาม Link) ดังนั้นสำหรับบางคน ซึ่งมีรายได้ไม่สูงนัก มีฐานภาษีที่ต้องเสีย เป็น 0% หรือ 10% แต่กลับต้องมาเสียภาษีถึง 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ ก็จะดูไม่ยุติธรรมกับคนเหล่านี้เกินไป ทางรัฐเลยเปิดช่องให้คนเหล่าน ี้สามารถเรียกคืนภาษีส่วนที่เสียเกินไปกลับได้ อย่างเช่น จากตัวอย่างเดิมที่ผมเสียภาษีไป 15 บาท ทั้งๆที่ผมมีรายได้ตกในฐานภาษีที่ 10% ซึ่งควรจะเสียภาษีแค่ 10 บาท ผมก็จะสามารถเรียกคืนภาษีที่เสียไปเกิน จำนวน 5 บาท กลับมาได้


ขั้นตอนการขอคืนภาษีของดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
1. หลังจากที่ผ่านช่วงปีใหม่มาแล้ว ให้เรานำสมุดบัญชีเงินฝากประจำ + บัตรประชาชนของเรา ไปติดต่อกับ ธนาคารเจ้าของบัญชี เพื่อขอเอกสารที่เรียกว่า "หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย" (ดูตัวอย่างได้ตามรูปนะครับ) ซึ่งโดยปกติ ธนาคารจะออกให้ได้เลย โดย Print ออกมาจากคอมพิวเตอร์ ยกเว้นบางธนาคาร เช่น กสิกรไทย ที่ยังต้องยื่นคำขอไปยังสำนักงานใหญ่ และนัดมารับวันหลัง :( หมายเหตุ กรณีที่มีบัญชีฝากประจำหลายๆธนาคาร ให้ทำการขอให้ครบนะครับ (สำหรับเหตุผล เดี๋ยวผมจะบอกในข้อถัดๆไปครับ)

2. ในตอนที่เราจะทำการยื่นภาษี ให้เราทำการยื่นภาษีโดยใช้แบบ ภงด. 90
แทนที่จะเป็น ภงด.91 ที่เราใช้งานตามปกติ โดยแบบ ภงด. 90 นี้ จะเป็นแบบที่ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้ทางอื่น นอกเหนือจากเงินเดือนตามปกติ (สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ) ซึ่งในที่นี้ รายได้ทางอื่นของเราก็คือ ดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินฝากประจำนั่นเอง

โดยในการกรอก ภงด. 90 ก็ให้ทำการกรอกช่องต่างๆที่เหมือนกับ ภงด. 91 ไปตามปกติ (จะอยู่ในหมวด เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1)(2) และ หัวข้อ รายการลดหย่อนและยกเว้นหลังจากหักค่าใช้จ่าย) แต่ให้ทำการกรอกเพิ่มในหมวด เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) ข้อ 1 ดอกเบี้ย โดยกรอกเงินได้พึงประเมิน และ ภาษีที่โดนหัก ณ ที่จ่ายไป ตามเอกสารที่เราได้ไปขอจากธนาคารมาในข้อ 1. (กรณีมีหลายธนาคาร ให้เอายอดมารวมกัน) ดังรูป

ทั้งนี้ สำหรับการยื่นแบบภาษีเงินได้ ประจำปี 2550 นี้ตอนที่เรากดสรุปภาษีที่ชำระ จะมีการให้ระบุด้วยว่าเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ของธนาคารที่หักภาษีเราไป (ในแบบจะเขียนว่า ผู้จ่ายเงินได้) คืออะไร อันนี้ก็ดูได้จากหนังสือรับรองการหักภาษีที่ขอไว้ในข้อ 1. เช่นเดียวกันครับ (กรณีที่มีหลายธนาคาร ให้เลือกมา 1 ธนาคารเท่านั้นครับ โดยจะเลือกธนาคารใดก็ได้) เน้นนิดนึงนะครับว่าต้องกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของธนาคารนะครับ ไม่ใช่ของเรา อย่างในรูปข้อ 1. ก็คือ 3101069198 ครับ

หลังจากที่เรากรอกหมดแล้ว จะสังเกตุได้ว่า ในหน้าจอสรุปการคำนวณภาษี เราจะมีเงินที่ได้รับคืนจากการขอคืนภาษีที่เราจ่ายเกินไปอยู่ หรือ สำหรับใครที่จะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ก็จะเห็นได้ว่า ภาษีที่เราต้องจ่าย มันลดลงไป เท่ากับเงินที่เราได้ขอคืนมาครับ

ข้อควรระวังในการขอคืนภาษีของดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
1. กรณีที่เรามีการได้รับดอกเบี้ยเงินฝากประจำจากหลายบัญชี หรือ หลายธนาคาร จะต้องทำการขอคืนภาษีทั้งหมด ห้ามขอเฉพาะบางบัญชี
2. ให้เช็คดูให้ดีว่า รายได้ของเราตกอยู่ในช่วงที่จะต้องเสียภาษีในอัตราเท่าไร เพราะถ้ารายได้ของเราตกอยู่ในช่วงที่เสียภาษี 20% การที่เราโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย และเสียแค่ 15% ก็ถือว่าเราได้ประโยชน์อยู่แล้ว การที่เอามารวมคิดภาษีอีก จะกลายเป็นว่า จะต้องเสียภาษีเพิ่มครับ
3. เอกสาร
"หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย" ที่เราขอมาจากทางธนาคาร จะต้องทำการเก็บไว้นะครับ ไม่ใช่ว่าพอยื่นภาษีเสร็จ ก็ทิ้งไปเลย เพราะ จะได้เก็บไว้เป็นหลักฐานให้กับทางสรรพากร กรณีที่โดนเรียกให้แสดงหลักฐานครับ (ปกติหลักฐานทางภาษีทุกอย่าง ต้องเก็บไว้ 5 ปีนะครับ เพราะสรรพากร มีสิทธิเรียกดูได้ย้อนหลัง 5 ปีครับ)

เอาหล่ะครับ ว่ามาซะยืดยาว ไม่รู้ว่าอ่านแล้วเข้าใจหรือเปล่า ยังไงถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ฝากข้อความไว้ได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะช่วยตอบคำถามให้ครับ และ ผมฝากให้ช่วยๆกันกระจายบทความนี้ ไปให้กับคนอื่นๆด้วยนะครับ เพื่อที่พวกเราจะได้ไม่เสียภาษีมากเกินความจำเป็นครับ :) (ผมรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ครับ ที่บางคนเป็นคนที่มีรายได้น้อย จนตกอยู่ในฐานภาษีที่ 0% คือไม่ต้องเสียภาษี แต่กลับต้องมาโดนหักภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากไปถึง 15%)

X

ปล. ในการยื่นภาษี ผมแนะนำให้ยื่นผ่านทาง Internet นะครับ สะดวกดี โดยในเว็บของสรรพากร เค้าจะมี Help ให้ เต็มไปหมดเลยครับ :)

94 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ยังเฝ้าติดตามอยู่ครับ ได้ความรู้จากที่นี่มากเลยครับ ขอบคุณครับ

xcha กล่าวว่า...

อา ... ดีใจจัง มีคนมาอ่านด้วย :)

ขอบคุณมากนะครับคุณป๋อง ที่ยังติดตามอยู่

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รบกวนถามเพิ่มเติมครับ
ที่แบบคำนวณที่ load มาจาก web สรรพากร
ระบุตรงช่องดอกเบี้ยว่า เฉพาะที่ไม่เลือกเสียภาษีในอัตรา ร้อยละ 15
แล้วใบรับรองการหักณ ที่จ่ายของผม
ผมคำนวณแล้ว ธนาคารใช้อัตราร้อยละ 15 ผมยังสามารถนำมากรอก ตรงนี้ได้หรือ ไม่

หรือทางสรรพากร แกล้งให้งงเล่นครับ
ของคุณครับ

ปั้น ครับ ^_^

xcha กล่าวว่า...

คุณปั้นครับ

ตามที่ผมทราบ คำว่า "เฉพาะที่ไม่เลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 15" หมายถึงว่า การที่เรากรอกรายได้ดอกเบี้ยของเราลงไปในช่องนี้ คือ การที่เรา "ไม่เลือก" ที่จะเสียภาษี 15% (ซึ่งเป็นอัตราที่ หัก ณ ที่จ่ายไป ตามที่คุณปั้นเห็นจากใบรับรองการหัก ณ ที่จ่าย) แต่เรา "เลือก" ที่จะนำรายได้ดอกเบี้ยส่วนนี้มารวมเป็นรายได้ของเรา เพื่อคำนวณภาษีใหม่อีกครั้ง ตามฐานรายได้ของเรา

สรุปสั้นๆได้ว่า สามารถกรอกได้ครับ แต่อย่าลืมดู ข้อควรระวัง ที่ผมเขียนไว้ในบทความนะครับ :)

ปล. อ่านแล้วงง ถามมาต่อได้นะครับ ยินดีตอบครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากครับ
^_^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถ้ารายได้ของเราตกอยู่ในช่วงที่เสียภาษี 20% นี่เราไม่ควรขอคืนใช่หรือเปล่าครับ แล้วจะดูตรงใหนได้ครับไอ้รายได้น่ะครับ
ขอบคุณครับ

xcha กล่าวว่า...

ใช่แล้วครับ ถ้าเราเอารายได้จากดอกเบี้ยไปรวมแล้ว รายได้ส่วนนี้มันไปตกในช่วงที่เสียภาษี 20% เนี่ย เราก็ไม่ควรที่จะนำรายได้ส่วนนี้ มารวมคิดภาษีครับ

ส่วนที่ถามว่ารายได้นี่จะดูตรงไหน ผมไม่ค่อยเข้าใจคำถามเท่าไหร่แฮะ แต่จะพยายามตอบนะครับ :)

รายได้ที่เราจะเอามาดูว่าตกอยู่ในช่วงที่จะเสียภาษีเท่าไหร่นี่ เราจะเอารายได้ที่หักค่าลดหย่อนต่างๆไปแล้ว อย่างเช่น ถ้าเรามีรายได้จากเงินเดือน 700,000 บาท หักค่าใช้จ่ายไป 90,000 บาท หักประกันสังคม 9,000 บาท หักเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) 20,000 บาท หักเบี้ยประกัน 30,000 บาท หักค่าซื้อ LTF 10,000 บาท อย่างนี้ก็จะเหลือรายได้หลังหักลดหย่อนเท่ากับ 541,000 บาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าตกอยู่ในช่วงที่เสียภาษี 20% (ส่วนที่เกิน 500,000) ดังนั้น เราก็ไม่ควรนำรายได้ดอกเบี้ยเข้ามารวมครับ ไม่งั้นเราก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มครับ

ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีรายได้ดอกเบี้ยอยู่เดิมเท่ากับ 1,000 บาท และโดนหักดอกเบี้ย ณ ที่จ่ายไป 150 บาท แต่ถ้าเรานำรายได้ดังกล่าวมารวมคิดภาษีด้วย จะกลายเป็นว่า เรามีรายได้ 542,000 บาท ซึ่งไอ้ 1,000 ที่เพิ่มเนี่ยจะเสียภาษี 20% คือ 200 บาท กลายเป็นว่า เราจะต้องเสียภาษีเพิ่มให้รัฐอีก 50 บาท (ทั้งๆที่ถ้าเราไม่เอามารวม เราก็เสียแค่ 150 เอง)

เล่ามาซะยืดยาว ไม่รู้ว่าตอบตรงคำถามหรือเปล่า ยังไงถามมาอีกได้นะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

หวัดดีเอ๊กซ์

เข้ามาอ่านด้วยความบังเอิญ
ได้ความรู้ดีมากๆเลย ชอบมาก
จะคอยติดตามเรื่อยๆนะ

โจ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สอบถามครับถ้าไม่เคยมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เพราะไม่เคยทำงานประจำ แต่มีรายได้จากดอกเบี้ยพันธบัตร และหุ้นกู้ จะมีสิทธิขอคืนภาษีของดอกเบี้ยพันธบัตรไหมครับ และต้องทำอย่างไรบ้าง

xcha กล่าวว่า...

ตอบคุณ ไม่ระบุชื่อ นะครับ ;)

ปัจจุบันนี้ เราไม่จำเป็นต้องไปขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีแล้วครับ สามารถใช้เลขประจำตัวประชาชนในการยื่นแบบภาษีได้เลย ดังนั้นที่ถามว่ามีสิทธิไหม ก็มีสิทธิเต็มที่ครับ

สำหรับวิธีการก็ทำตามปกติเลยครับ จะยื่นเป็นแบบฟอร์ม หรือ จะยื่นทาง Internet ก็ตามสะดวกเลย (กรณียื่นทาง Internet ช่องเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เราก็ไม่ต้องใส่ครับ ใส่แต่ช่องบัตรประชาชน )

แต่ ระัวังนิดนึงนะครับ ถ้าคุณมีรายได้อื่นๆที่ไม่ได้เสียภาษีอยู่ (ไม่นับพวกหักภาษี ณ ที่่จ่ายนะครับ แบบพวกรายได้นอกระบบหน่ะครับ :D) อาจจะโดนให้เอามาคิดภาษีด้วยครับ

โชคดีครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

มีคำถามค่ะ..
1 สรรพากรจะสงสัยมั๊ยค่ะ ถ้าสมมุติเรามีเงินในบัญชีประจำมากเกินกว่ารายได้เรา
2 ถ้าวันนี้เราเสียภาษี rate 10 แล้วปีหน้าเราเสีย rate 20 แล้วเราไม่แจ้งเรื่องการขอคืน สรรพากรจะติดตามตรวจสอบบัญชีเงินฝากของเรา? ว่าเราจะต้องแจ้งจ่ายภาษีเพิ่ม
รบกวนตอบคำถามด้วยค่ะ

xcha กล่าวว่า...

สวัสดีครับคุณ iampaweena

1. ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ แต่ิคิดว่า ถ้าเยอะกว่ามากๆ (มากระดับ เป็นร้อย เป็นพันเท่า) อาจจะทำให้สรรพากร สงสัยในแหล่งที่มาของรายได้ของเราได้ครับ (แต่ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ไม่ต้อง serious นะครับ เช่น เป็นเงินสะสมมาตั้งแต่เริ่มทำงาน อะไรแบบนี้)
2. การยื่นภาษี เป็นการยื่นปีต่อปีครับ ถ้าปีนี้ฐานภาษีเราตกที่ 10% เราก็ยื่นขอคืนภาษีดอกเบี้ยเงินฝากประจำ พอปีหน้าตกที่ 20% เราก็ไม่ยื่นขอคืนภาษีส่วนนี้ ไม่ถือว่าผิดกติกาอะไรครับ (แต่ยังไงก็ต้องยื่นแบบภาษีประจำปีนะครับ ไม่งั้นโดนปรับครับ -_-')

X

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ยังไม่ค่อยแน่ใจกับข้อ 2 อยากรู้ว่าเค้าจะตรวจสอบ? เห็นว่าเดี๋ยวนี้ออนไลน์ ถ้าเค้าจะเช็คก็ดูจะไม่ใช่เรื่องยาก
ว่าแต่คิดแทบตาย ไม่รู้ว่าถ้าขอจะได้คืนซักกี่ตัง กุกุ

คุณ X เคยรู้เรื่องการโดนหัก ณ ที่จ่าย? แบบว่าเราไปรับจ้างทำของ อยากรู้วิธีการเอามาคำนวนภาษี.. สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 70% แล้วที่เหลือค่อยเอามาคิดเป็นรายได้?.. รบกวนด้วยค่ะ

xcha กล่าวว่า...

เรื่องข้อ 2 เป็นอย่างที่ผมบอกครับ คือ คิดกันปีต่อปี และเป็นสิทธิอันชอบธรรมของเรา ที่จะเลือกยื่นหรือไม่ก็ได้ครับ (อันนี้มั่นใจมาก :P)

ส่วนเรื่องรายได้รับจ้างทำของ ผมไม่เคยยื่นภาษีของรายได้ส่วนนี้นะ แต่ถามคนที่เคยยื่น เค้าบอกว่าที่หักได้ 70% หมายถึง หักค่าใช้จ่ายได้"สูงสุด" 70% นะครับ ไม่ใช่ว่าหัก 70% เสมอ และเวลากรอกภาษี จะต้องกรอกรายได้เต็มๆที่เราได้รับลงไปช่องนึง และ กรอกค่าใช้จ่ายไปอีกช่อง แล้วระบบจะหักกันเองครับ (กรณีมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย เราก็ระบุไปว่า เราจ่ายภาษีไปแล้วเท่าไหร่ ระบบจะเอาไปลดภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มให้เอง)

แต่ ... เพื่อนผมบอกว่า ไอ้ส่วนค่าใช้จ่ายเนี่ย ตอบคำถามสรรพากรให้ดีๆนะครับ ว่าค่าใช้จ่ายอะไร :) สรรพากรท่านถามแน่ๆครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

กรี้ด กรี้ด.. ทำนองว่าต้องชี้แจงต้นทุนของเรา?
แล้วจะชี้แจงกันยังงัย? ในเมื่อเราต้องควักเป๋าไปจ่ายคนอื่นอีกแบบเราจ้างเพื่อนในทีมทำต่อ ซึ่งเราไม่ได้มีสิทธิหัก ณ ที่จ่ายเค้า
ลึกลับซับซ้อนมาก..ช่วยด้วย เพราะว่าตอนนี้ยังไม่โดนหัก หากมีทริปอะไรช่วยแนะนำด้วยค่ะ
จิงๆ ที่คิดเรื่องนี้เพราะว่าไม่ได้ตั้งใจจะ markup ค่าทำของ เพราะว่าเป็นงานของเพื่อนกัน แต่พอรู้ว่าจะต้องเข้าระบบ หักภาษีแล้ว ทำให้มึนๆ ว่า.. ทำไปมาแล้วเงินก็ไม่ได้ แล้วยังต้องมาควักเป๋าเสียภาษีอีก

เขียน post มาแบบนี้.. ถ้าวันหลังจะลบข้อความนี้ออกทำได้? ยังงัย?

xcha กล่าวว่า...

อ่า ... อ่านแล้วยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ครับ (เดี๋ยวจะลองอ่านดูอีกที)

แต่เรื่องลบความคิดเห็น ผมสามารถทำให้ได้นะครับ ถ้าอยากให้ลบอันไหนออกไป บอกได้เลยครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ว่าแล้วต้องงง.. จริงๆ อยากเขียน post new topic มากกว่า เพราะเกรงใจคนที่เข้ามาอ่านในหัวข้อนั้นๆ แต่งงอยู่ว่าจะไป post ได้ที่ไหน
จะว่าไปฝากลบอันที่ไม่เกี่ยวกับหัวข้อออกก็ดีค่ะ เช่นข้อความนี้และอันก่อนหน้า จะได้ไม่รบกวนคนอื่น

ส่วนที่เรางง คือ "เค้าบอกว่าที่หักได้ 70% หมายถึง หักค่าใช้จ่ายได้"สูงสุด" 70% นะครับ ไม่ใช่ว่าหัก 70% เสมอ".... ที่บอกว่าหัก คชจ. ได้ 70% จะชี้แจงสรรพากรได้ยังงัย ว่า 70% คืออะไรมาจากไหน??

งงหนักกว่าเก่ามั๊ยนี่

xcha กล่าวว่า...

คุณ iampaweena ครับ

สงสัยเรื่องนี้จะว่ากันยาว ยังไงเดี๋ยวผม email ไปคุยกับที่ iampaweena at hotmail แล้วกันนะครับ :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เป็นนักศึกษา ไม่มีรายได้ แต่ฝากประจำ 4 เดือน แล้วโดนหักภาษ๊ไปนะคะ ต้องขอคืนภาษียังไงคะ แล้วต้องยืนแบบเสียภาษีอะไรก่อนบ้างคะ พอดีตอนเรียนไม่ค่อยชอบวิชานี้เลยไม่รู้เรื่องเลยนะคะ รบกวนหน่อยนะคะ

xcha กล่าวว่า...

ถ้าคุณ sun2ni ไม่มีรายได้อื่นใด จากเดิมที่ไม่เคยต้องยื่นแบบฟอร์มภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็จะต้องมายื่นกันครับ ซึ่งในกรณีนี้ จะต้องยื่นแบบฟอร์มที่เรียกว่า ภงด. 90 ซึ่งเราสามารถที่จะยื่น Online ได้เลยครับ เพียงไปลงทะเบียนที่ www.rd.go.th ก็จะสามารถยื่นได้เลย

โดยระยะเวลาที่จะเปิดให้เรายื่นได้ ก็คือวันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. ของปีถัดไปที่เราได้รับรายได้นั้น เช่น ถ้าคุณ sun2ni ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากประจำปีนี้ (2551) คุณ sun2ni ก็ต้องยื่นแบบฟอร์มภายในวันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. ของปี 2552 ครับ

สำหรับเอกสารที่ต้องใช้ประกอบ กับ วิธีกรอกแบบฟอร์ม ลองอ่านดูในที่ผมเขียนไว้นะครับ ถ้าไม่เข้าใจอะไร ถามเพิ่มได้เลยครับ

X

ปล. แนะนำให้ยื่นเร็วๆครับ จะได้ๆเงินคืนเร็วๆ :D

pigletannie กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ รบกวน 3 คำถามนะคะ ต้องการยื่นขอคืนภาษี แต่ยังสังสัยดังนี้ค่ะ
- เคยมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี แต่จำไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำงานประจำมาหลายปีแล้ว ตรวจสอบอย่างไรคะ หรือว่าให้ใช้เลขบัตรประชาชนไปเลยคะ?
- มีรายได้ นอกระบบ (ไม่ได้อยู่ในระบประกันสังคม)โดยที่นายจ้างจ่ายเป็นเช๊คเงินสดให้ จะต้องนำรายได้นี้มาคำนวณยื่นภาษีด้วยมั้ยคะ? ถ้าต้องยื่น เราต้องมีเอกสารอะไรจากนายจ้างมั้ยคะ
- มีรายได้ เป็นดอกเบี้ยพันธบัตร ซึ่งมีอายุ 10 ปี(ตอนนี้อายุเข้าปีที่ 6) แต่ไม่ได้ยื่นขอคืนภาษีมา 3 ปีแล้ว สามารถยื่นขอคืนภาษาย้อนหลังได้มั้ยคะ แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง

ขอบคุณค่ะ

xcha กล่าวว่า...

คุณ Ann ครับ

ตอบคำถามที่คุณ Ann ถามมานะครับ
- ใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนได้เลยครับ (รับรองว่าใช้ได้ครับ เพราะผมก็ใช้อยู่ :D)
- ข้อนี้ขอไม่ตอบในนี้แล้วกันนะครับ ยังไงคุณ Ann ทิ้ง Email ไว้ เดี๋ยวผมส่งคำตอบไปให้ครับ
- ผม (เข้าใจ) ว่า ไม่น่าจะขอคืนได้แล้วนะครับ แต่เพื่อความชัวร์ลองโทรไปถามสรรพากรดูได้ครับ

X

pigletannie กล่าวว่า...

annanutra@gmail.com ..thanks a lot ka

Unknown กล่าวว่า...

โชคดีจังที่เปิดมาเจอ ขอถามเลยละกันนะว่า ในกรณีดอกเบี้ยพันธบัตร ถ้าผู้ถือไม่มีรายได้อื่นใด แถมเป็นผู้สูงอายุ ขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายได้หรือไม่

xcha กล่าวว่า...

คุณ chartvarun

ตอบสั้นๆว่า "ได้" ครับ :) แต่ ... ดอกเบี้ยพันธบัตรดังกล่าวต้องไม่เยอะขนาดที่ไปตกอยู่ในช่วงที่ต้องเสียภาษีนะครับ (เกิน 150,000 บาท)

X

nujchanart กล่าวว่า...

เป็นบทความที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ
ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อได้มั๊ยคะ
แล้วจะลงเครดิตให้ค่ะ

xcha กล่าวว่า...

ยินดีครับ คุณ nujchanart

ยังไงเอาไปลงที่ไหน อย่าลืมมาบอกด้วยนะครับ :)

X

looktal กล่าวว่า...

ถามคุณ xcha
เป็นนักศึกษา ฝากประจำไว้ไม่เคยขอคืนภาษี สามารถขอย้อนหลังได้มั้ยคะ เลย31มีค.แล้วไปที่สรรพากรได้ใช่มั้ยคะ แล้วบัญชีที่ปลอดภาษีต้องขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่ จ่าย ด้วยมั้ยคะ ต้องที่สาขาเดิมด้วยรึป่าว
ขอบคุณค่ะ ^ ^

xcha กล่าวว่า...

คุณ looktal ครับ

ผมเข้าใจว่าไม่น่าจะขอคืนภาษีย้อนหลังได้นะครับ แต่เพื่อความชัวร์อาจจะลองโทรไปถามสรรพากร Call Center ดูได้ครับ 0-2272-8000 (ผมเคยโทรไปแล้ว ไม่ดุครับ ถามได้ :P)

สำหรับบัญชีที่ปลอดภาษี ผมว่าไม่ต้องไปขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายหรอกครับ เนื่องจากมันไม่ได้มีการหักภาษีเราไป เราคงไปขอคืนอะไรไม่ได้

ส่วนการขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ปกติผมจะไปขอที่สาขาที่เปิดบัญชีไว้ครับ แต่ยังไงอาจจะลองไปขอที่สาขาอื่นดูก็ได้นะครับ เผื่อว่าอาจจะได้ก็ได้ครับ (พอดีวันก่อนผมไปเปลี่ยนสมุดบัญชีที่กสิกร เค้าเปลี่ยนให้ได้โดยไม่ต้องเป็นสาขาที่เปิดบัญชี เลยคิดว่ากรณีนี้ อาจจะมีลุ้นครับ)

X

looktal กล่าวว่า...

มาตอบด้วย นึกว่าไม่อยู่ซะแล้ว
ขอบคุณนะคะ ^ ^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ดีจังที่ค้นพบ blog นี้
มีข้อสงสัยว่าข้อควรระวังข้อ 1 ที่ว่าหากมีหลายบัญชีต้องขอคืนทุกบัญชี เลือกบัญชีใดบัญชีหนึ่งไม่ได้ มีเหตุผลอะไรคะ ไม่ทราบจริงจริง และถ้าที่ผ่านมาไม่ได้ขอหนังสือหักภาษี ณ ที่จ่ายจากธนาคาร ของปี 49,50 จะขอย้อนหลังในปี 52 ได้หรือไม่คะ

xcha กล่าวว่า...

สำหรับเหตุผลที่ต้องขอคืนทุกบัญชีนี่ ต้องยอมรับว่าผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ จำได้แต่แนวทางในการปฏิบัติ อย่างไรก็ตามคุณอาจจะลองโทรไปสอบถามกับสรรพากรดูได้นะครับ

สำหรับการขอหนังสือหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากธนาคารย้อนหลัง คงต้องสอบถามกับธนาคารที่ใช้บริการอยู่ครับ ว่าเค้ายังเก็บข้อมูลไว้หรือเปล่า
(อย่างไรก็ตาม ถ้าจะขอมาเพื่อจะขอคืนภาษีย้อนหลัง ผมคิดว่าสรรพากรไม่น่ายอมครับ)

ว๊า ... เหมือนคำตอบของผมไม่ได้ช่วยอะไรเลยแฮะ -_-' ต้องขอโทษด้วยนะครับ

diamond กล่าวว่า...

บอกความก้าวหน้าเรื่องการขอคืนภาษี ที่ถามมา คห.ก่อนหน้านี้ค่ะ ได้สอบถามไปทางสรรพากรผ่าน web chat ได้ความว่าการที่ต้องนำภาษีหัก ณ ที่จ่ายมารวมคำนวณทั้งหมด นั้น เนื่องจากเป็นการให้เลือกว่าจะนำมารวมคำนวณหรือไม่คำนวณก็ได้ ดังนั้นหากเลือกคำนวณต้องนำมาทั้งหมด (ก็ยังได้คำตอบไม่ค่อยกระจ่างเท่าไหร่)
ส่วนการขอหนังสือรับรองภาษีจากธนาคารย้อนหลัง นั้น ขอได้ค่ะ แต่ยุ่งยากพอสมควร กรุงไทยสามารถค้นหาได้จากสเตทเมนต์ ส่วนกรุงศรี ต้องส่งคำขอไปสำนักงานใหญ่เนื่องจากข้อมูลสามารถย้อนหลังได้เพียง 6 เดือน แต่รอ 3 วัน ก็ได้ค่ะ ธนาคารจะดำเนินการให้เอง
รายได้จากดอกเบี้ย นำไปขอคืนภาษีย้อนหลังได้ ภายใน 3 ปีค่ะ
ไปยื่นขอคืนย้อนหลังไว้แล้วที่สำนักงานสรรพากรสาขา ตอนนี้ก็รอรับเช็คคืนภาษีอยู่ค่ะ สรรพากรจะตรวจสอบและคืนภาษีประมาณ 3 เดือน คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ ได้คืนภาษีเมื่อไหร่จะขุดกระทู้มาบอกนะคะ

อย่างไรก็ตามถึงคำตอบของ คุณ xcha ช่วยอะไรได้ไม่มาก ก็เป็นแรงผลักให้ค้นหาความรู้จากที่อื่นต่อไป .....ขอบคุณนะคะ

xcha กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ คุณ diamond สำหรับความรู้ที่เอามาแ่บ่งปันกัน

ยอมรับเลยครับว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ผมไม่รู้ ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะครับ :)

X

ปล. ผมขออนุญาตนำเรื่องที่คุณ diamond มาเล่าให้ฟัง ไปเขียนใน Blog ตอนใหม่นะครับ เผื่อว่ามีคนที่ไม่ได้เข้ามาอ่านในความคิดเห็น จะได้รู้กันด้วย
ปล.2 ว่าแต่ สรรพากรยอมคืนด้วยเหรอเนี่ย ไม่่น่าเชื่อ!!! :P

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอคืนภาษีดอกเบี้ยเงินฝากประจําได้ไหมคะ
แม่มีเงินเดือน 5000 หนูมีเงินเดือน 6000 พ่อเสียแล้วมีเงินฝากอยู่ 3ล้านบาท
ฝากแบบ 1 ปีดอกเบี้ย 3.5% ตั้งแต่สิงหา 51-52 ปิดบัญชีแล้วไปขอใบรับรองภาษี
มีรายการเสียภาษีถึงเดือน ธันวา 51 เท่านั้น
อยากทราบว่า
1.จะขอคืนภาษีได้ไหมคะ
2.ควรขอตอนไหนดีคะ รายการเสียภาษีมีแค่5เดือนเอง ทําไงดีอะ

xcha กล่าวว่า...

สวัสดีครับ

จากข้อมูลที่ได้รับมา เข้าใจว่าบัญชีเงินฝากที่คุณฝาก เป็นแบบทยอยจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนใช่ไหมครับ (ผมขอสมมติว่าเป็นแบบนี้ไปก่อนนะครับ)

ดังนั้นถ้าแยกรายได้ดอกเบี้ยของคุณออก จะได้เป็น 2 ส่วน คือ
1. ดอกเบี้ยที่ได้รับในปี 2551
2. ดอกเบี้ยที่ได้รับในปี 2552
ซึ่งการดำเนินการก็จะต้องแยกกัน เช่นกัน

>>การขอใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย<<
โดยจากที่คุณได้ไปขอใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วได้รับถึงแค่เดือน ธ.ค. 2551 นั้น อันนั้นคือสำหรับดอกเบี้ยที่ได้รับในปี 2551 ครับ

ส่วนใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายส่วนของดอกเบี้ยของปี 2552 ผมเข้าใจว่าคุณจะสามารถไปขอได้จากธนาคาร ต้นปี 2553 นะครับ (อันนี้ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่เค้าไม่ออกให้คุณ เพราะจะให้รอไปขอต้นปีหน้าหรือเปล่า หรือว่าเพราะปีนี้ไม่มีดอกเบี้ยให้เลย)

>>การขอคืนภาษีกับสรรพากร<<
เนื่องจากเรา้ต้องขอคืนภาษีแยกเป็นปีๆไป ดังนั้นก็จะต้องทำดังนี้
1. ดอกเบี้ยที่ได้รับในปี 2551 > ปกติต้องยื่นภายใน 31 มี.ค. 2552 แต่เนื่องจากผ่านไปแล้ว ให้โทรไปสอบถามทางสรรพากรครับ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร แต่จากที่คุณ diamond ได้ลองมาแล้ว คิดว่าสามารถขอคืนย้อนหลังได้ครับ
2. ดอกเบี้ยที่ได้รับในปี 2552 > ยื่นขอคืนได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2553 - 31 มี.ค. 2553 ครับ โดยใช้เอกสารก็คือใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ส่วนของดอกเบี้ยของปี 2552 ครับ

ยังไงถ้างง ก็ถามมาใหม่ได้นะครับ และถ้าข้อมูลที่ผมสันนิษฐานอะไรผิดไป ช่วยบอกข้อมูลที่ถูกมาด้วยนะครับ จะได้บอกได้ถูกต้อง :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณนะคะคุณxcha เดี๋ยวลองทําดูก่อนนะ

diamond กล่าวว่า...

คุณ xcha ขุดกระทู้มาบอกความก้าวหน้านะคะ เรื่องขอคืนเงินภาษีย้อนหลังปี 49 ที่ได้ยื่นขอคืนไว้เมื่อปลายสิงหา ตอนนี้ได้รับเช็คคืนภาษีเรียบร้อยแล้วนะคะ ครบทุกบาททุกสตางค์ตามจำนวนที่ยื่นไปค่ะ ในที่สุดสรรพากรก็คืนให้จริง ๆ แต่ต้องเป็นไปตามกติกา คือ ย้อนหลังได้ภายใน 3 ปีนะคะ
.....มีข้อสงสัยอย่างอื่นจะแวะมาอีกค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

xcha กล่าวว่า...

ขอบคุณมากเลยครับ คุณ diamond สำหรับความรู้ดีๆ :) ไว้มีโอกาส อย่าลืมมาแลกเปลี่ยนความรู้กันอีกนะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เนื่องจากดอกเบี้ยแต่ละธนาคารขึ้นลงจึงมีการโยกย้าย
เงินไปธนาคารอื่นตามกำหนดระยะเวลาที่ธนาคารกำหนดอยากถามว่าเราต้องคืนของทุกธนาคารไหมหรือยื่นธนาคารที่มีเงินฝากล่าสุดเท่านั้น

xcha กล่าวว่า...

ให้ยึดจากดอกเบี้ยที่เราได้รับครับ เช่น ถ้าในปี 2552 เราได้รับดอกเบี้ยฝากประจำจาก 3 ธนาคาร เวลายื่นแบบภาษีสำหรับเงินได้ในปี 2552 เราก็ต้องนำดอกเบี้ยที่ได้รับจากทั้ง 3 ธนาคารนั้น มาคิดเป็นเงินได้ทั้งหมดครับ

เช่นกัน ถ้าสมมติว่า เราฝากประจำกับ 3 ธนาคาร แต่ไม่มีธนาคารใดเลยที่เราได้ดอกเบี้ย (อาจจะเพราะเอาเงินออกก่อนกำหนด) ก็จะไม่มีดอกเบี้ยที่เราจะนำไปคิดเป็นเงินได้ครับ

ไม่แน่ใจว่า ผมเีขียนแล้ว อ่านเข้าใจหรือเปล่า ถ้ายังไม่เข้าใจ ถามมาใหม่ได้นะครับ :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ คุณ xcha
เพิ่งมาเจอบทความนี้ มีประโยชน์มากเลยคุ่ะ
ไม่เคยขอคืนภาษีของดอกเบี้ยเงินฝากประจำมาก่อน กะว่าปีหน้าจะขอ เลยอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

1. เราจะต้องนำดอกเบี้ยของออมทรัพย์มารวมเป็นรายได้หรือไม่ กรณีดอกเบี้ยออมทรัพย์รวมกันไม่เกินสองหมื่นบาท หรือใส่เฉพาะดอกเบี้ยของเงินฝากประจำ
2. กรณีมีบัญชีฝากประจำอยู่อีกบัญชีนึง ที่เป็นบัญชีร่วม ไม่ทราบว่าเราเอามายื่นเต็มจำนวน หรือหารสองค่ะ
อันนี้อีกคนจะไม่ขอคืนค่ะ
3. ถ้ากรณีเป็นฝากประจำพิเศษ ที่จ่ายดอกเบี้ยตอนฝากครบแล้วในปี 54 เราค่อยนำไปขอคืนปี 55 ใช่หรือไม่

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
pond

xcha กล่าวว่า...

สวัสดีครับคุณ pond

ขอตอบที่ถามมาเลยนะครับ :)
1. ถ้าดอกเบี้ยออมทรัพย์ไม่เกินสองหมื่นบาท ไม่ต้องนำมายื่นรวมครับ

2. บัญชีร่วม จะไม่สามารถนำมายื่นเ็ป็นรายได้บุคคลธรรมดาเดี่ยวๆได้ครับ แต่จะต้องยื่นในนามของคณะบุคคลซึ่งมีชื่อตามที่เิปิดบัญชีไว้ครับ
เช่น บัญชี "A และ/หรือ B" ก็จะต้องยื่นเป็นรายได้ของคณะบุคคล "A และ/หรือ B" แต่ไม่สามารถยื่นเป็นรายได้ของ A หรือ ของ B หรือ ทั้ง A และ B (หาร 2) ได้ครับ

ซึ่งสำหรับการจดทะเบียนคณะบุคคลดังกล่าวขึ้นมา ต้องไปจดกับทางกรมสรรพากรครับ

3. ถือเป็นเงินได้ของปี 54 ซึ่งจะืยื่นแบบกันตอนปี 55 ถูกต้องครับ

สำหรับข้อ 2. ผมแนะนำให้ปรึกษาสรรพากรโดยละเอียดนะครับ ถ้าต้องการขอคืนจริงๆ (ไม่แน่อาจจะมีวิธีดีๆ ที่ผมไ่ม่ทราบก็ได้ครับ :D)

X

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ดีมากๆเลยครับ ส่วนใหนต้องจ่ายก็จ่ายไปส่วนใหน ไม่ต้องจะได้ขอคืน อย่าปล่อยให้นักการเมืองไปผลาญเล่นครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆน้ะครับ มีประโยชน์กับหลายๆคนเลย

Bass กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับความรู้ด้านภาษีนี้มากๆนะครับ
ขอปรึกษาเรื่องภาษีหน่อยได้ไหมครับ
1. บัญชีเงินฝากประจำของคุณย่า ดอกไม่เกิน 30k/ปี (คุณย่าอายุ 66 ปี ไม่มีรายได้ประจำ) โดนหักภาษี ณ ที่จ่ายจากแบงค์ 15% ทุกครั้ง ผมสามารถขอคืนเงินในส่วนนั้นได้ไหม?
2. ส่วนตัวผมเองก็มีบัญชีเงินฝากประจำอยู่ สามารถขอคืนเงินภาษีส่วนนั้นได้เช่นกันหรือไม่ครับ?

ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

xcha กล่าวว่า...

สวัสดีครับคุณ Bass

ขอตอบรวมกัน ทั้งข้อ 1. และ ข้อ 2. เลยนะครับ

คุณย่า หรือ คุณ Bass สามารถนำรายได้ดอกเบี้ยดังกล่าว ไปกรอกรวมกับรายได้อื่นๆในแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90 และยื่นกับสรรพากรในปีถัดไป เพื่อขอคืนภาษีในส่วนที่เสียเกินไปจากที่ควรเสียได้ครับ

แต่ทั้งนี้ การที่เราจะได้คืนเท่าไหร่ ก็ขึ้นกับว่า เราได้เสียเกินไปจากที่ควรจะเสียเท่าไหร่ครับ เช่น ถ้ากรณีคุณย่าของคุณบาส มีรายได้จากดอกเบี้ย จำนวน 30,000 บาทต่อปีเพียงอย่างเดียว ถ้าคำนวณตามเกณฑ์ของสรรพากร จะพบว่ารายได้ตกอยู่ในส่วนที่ไม่ต้องเสียภาษีเลย (รายได้หลังหักลดหย่อน ไม่ถึง 150,000 บาท จะไม่เสียภาษี ซึ่งในที่นี้ ยังไม่ลดหย่อน ก็ไม่ถึงแล้ว) ดังนั้นก็จะได้คืนภาษีส่วนที่เสียไปคืนทั้งหมด

แต่สมมติอย่างส่วนของคุณบาส รายได้ดอกเบี้ยส่วนนี้ ตกอยู่ในช่วงที่ต้องเสียภาษี 10% คุณบาสก็จะได้คืนเฉพาะ 5% ส่วนที่จ่ายเกินไปครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ

ดิฉันขอถามเพิ่มนะค่ะ
ปีนี้ตกงานค่ะ

มีแค่รายได้ดอกเบี้ยเงินฝาก
มีค่าลดหย่อนดังนี้
ดอกเบี้ยผ่อนบ้าน
ประกันสังคม
และ ประกันชีวิต

อยากทราบว่าต้องยื่นภาษีโดยใช้ แบบฟอร์มอันไหนค่ะ

ขอบคุณค่ะ
อมา

xcha กล่าวว่า...

คุณ อมา ครับ

ถ้ามีรายได้อื่นที่ไม่ใช่รายได้ในหมวด 40(1) (หมวด 40(1) เช่น เงิินเดือน, โบนัส ฯลฯ - ดูรายละเอียดที่ http://www.rd.go.th/publish/553.0.html) ซึ่งในที่นี้ของคุณ อมา จะเป็นรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งอยู่ในหมวด 40(4)

จะต้องใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 ครับ

X

Bass กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับผม :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอรบกวนถามหน่อยครับ

คือว่า ถ้ามารายได้ประจำ + ดอกเบี้ยฝากประจำ
ให้ยื่น ภงด 90 เลย ไม่ต้องใช้ ภงด 91 ใช่ไหมครับ

ปล แล้วเงินปันผลจาก LTF สามารถขอคืนภาษีด้วยได้รึเปล่าครับ

xcha กล่าวว่า...

กรณีมีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนด้วย ให้ยื่น ภ.ง.ด. 90 เพียงอย่างเดียวครับ

สำหรับเงินปันผลจากกองทุนรวมต่างๆ (รวมถึงกองทุน LTF ด้วย) ปกติถ้าเราแจ้งขอหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ จะโดนหักที่ 10% และสามารถเลือกไม่ต้องนำมารวมยื่นได้ แต่ถ้าเราเห็นว่ารายได้ส่วนนี้ เราจะเสียภาษีต่ำกว่า 10% (ก็คือ 0%) ก็สามารถนำมารวมยื่นได้ครับ จะได้รับภาษีส่วนที่หัก ณ ที่จ่ายไปคืนครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รบกวนสอบถามดังนี้ครับ
ผมมีรายได้จากการทำ freelance กึ่งประจำ โดยได้รายได้ fix ต่อเดือนประมาณ 50,000 บาท โดยบางเดือนก็ให้จ่ายเป็นชื่อของผม ส่วนที่เหลือก็ให้จ่ายเป็นชื่อของญาติคนนึง
ทำอย่างนี้มาหลายปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหา แต่สงสัยว่าอย่างนี้จะโดนตรวจสอบย้อนหลังไหมครับ

ร้อนใจอยากรู้รบกวนตอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

xcha กล่าวว่า...

ถ้าที่ผ่านมาคุณจ่ายภาษีครบถ้วน ก็ไม่ต้องกังวลหรอกครับ :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ ถ้างั้นก็เชื่อตามคุณ x สังเกตุว่าเข้ามาตอบไวตลอด ถือเป็นการช่วยเหลือสังคมอีกทาง มีคนอย่างนี้เยอะๆ คงดีนะครับ

โอ๊ต กล่าวว่า...

ขอสอบถามนิดนึงนะครับ

ถ้าเราเป็นพนักงานงานกินเงินเดือน เสียภาษีตามปกติ
แต่ในระหว่างปีเรามีรับงานพิเศษได้เงินมาส่วนนึง (โดนหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว 3%)

เราจำเป็นต้องนำรายได้ดังกล่าวไปคิดรวมเป็นรายได้ประจำปีตอนยื่นภาษีไหมครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

xcha กล่าวว่า...

คุณโอ๊ตครับ

ต้องเอามาคิดเป็นรายได้ด้วย และยื่นเป็นแบบ ภ.ง.ด. 90 ครับ โดยดูจากใบหัก ณ ที่จ่ายที่คุณโอ๊ตได้มา ว่าเป็นรายได้ในหมวดไหน ก็เอาไปกรอกในหมวดนั้นครับ

สำหรับรายได้ที่เลือกจะเอามารวมยื่นหรือไม่ก็ได้ จะมีเฉพาะรายได้บางประเภท ที่เสีย Final Tax ไปแล้ว ผมเคยเขียนบทความไว้ ลองดูที่ Link นะครับ

โอ๊ต กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ งั้นปีนี้ผมจะได้ยื่นพร้อมกันไปเลย

งั้นแสดงว่าผมก็มีสิทธิเรียกเก็บย้อนหลังใช่ไหมครับ

เพราะปีก่อน ๆ ผมไม่เคยนำมามายื่นเลย

ผมจะต้องทำอย่างไรดีครับ เกรงจะโดนเรียกเก็บย้อนหลัง

vee กล่าวว่า...

vee

ขอสอบถามหน่อยค่ะ ถ้าบัญชีเงินฝากเป็นชื่อร่วม คือหมายถึงมี 2 ชื่อน่ะค่ะ จะต้องทำอย่างไรคะ
ขอบคุณค่ะ

xcha กล่าวว่า...

คุณโอ๊ตครับ

โทษทีนะครับ พึ่งจะได้มีโอกาสมาตอบครับ

ถามถึงโอกาสที่จะโดนย้อนหลังมีหรือไม่ ก็คงตอบว่ามีครับ ซึ่งถ้าโดน ก็คงต้องคุยกับทางสรรพากรครับว่า เราไม่ได้มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยง แต่ไม่ทราบจริงๆครับ

xcha กล่าวว่า...

คุณ vee ครับ

ผมขอยกคำตอบที่เคยตอบไว้ มาแล้วกันนะครับ

"บัญชีร่วม จะไม่สามารถนำมายื่นเป็นรายได้บุคคลธรรมดาเดี่ยวๆได้ครับ แต่จะต้องยื่นในนามของคณะบุคคลซึ่งมีชื่อตามที่เปิดบัญชีไว้ครับ
เช่น บัญชี "A และ/หรือ B" ก็จะต้องยื่นเป็นรายได้ของคณะบุคคล "A และ/หรือ B" แต่ไม่สามารถยื่นเป็นรายได้ของ A หรือ ของ B หรือ ทั้ง A และ B (หาร 2) ได้ครับ"

แต่ตอนนั้นที่ผมเคยคุยกับสรรพากร และนำมาตอบไว้ ก็ผ่านไป 2 ปีแล้ว คุณ vee อาจจะลองโทรไปเช็คกับทางสรรพากรอีกทีก็น่าจะดีเหมือนกันครับ

แตงค่ะ กล่าวว่า...

ขอสอบถามคุณเกี่ยวกับภาษีหักณที่จ่ายดอกเบี้ยเนี่ยถ้าเราไม่ยื่นก็ได้ใช่ไหมค่ะ

แตงค่ะ กล่าวว่า...

ขอโทษนะค่ะ คีย์ขาด ขอสอบถามคุณเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากเนี่ยถ้าเราไม่ยื่นก็ได้ใช่ไหมค่ะคือหากไม่ประสงค์ขอคืนน่ะค่ะ

xcha กล่าวว่า...

ได้ครับ คุณแตง

เพราะรายได้ดอกเบี้ยในส่วนนี้ ถือว่ามีการเสีย Final Tax ไปแล้วครับ (ผมมีเขียนเรื่อง Final Tax ไว้ ถ้าสนใจก็กดที่ Link เลยครับ)

X

ท๊อฟฟี่ กล่าวว่า...

สอบถามค่ะ
ปัจจุบันไม่ได้ทำงานแต่พอดีว่ามีบัญชีฝากประจำที่พ่อแม่ฝากไว้ให้เพื่อไปเรียนต่อค่ะ ซึ่งระหว่างรอเรียนได้ทำฟรีแลนซ์ในช่วงก่อนเปิดบัญชี และรายได้จากการทำฟรีแลนซ์ก็ถูกหักภาษีเรียบร้อยแล้ว
อย่างนี้ถือเป็นบุคคลที่ต้องเสียภาษีอยู่รีเปล่่าคะ หรือว่าหากขอคืนจะได้ดอกเบี้ยคืนทั้งหมดเพราะเราไม่มีรายได้คะ
ปล.ธนาคารหรือสรรพพากรจะตรวจสอบมั้ยคะว่าเงินฝากของเราได้มากจากไหน

ขอบคุณค่า

xcha กล่าวว่า...

สวัสดีครับ คุณท๊อฟฟี่

เงินฝากถ้าอยู่ในบัญชีที่เป็นชื่อของคุณท๊อฟฟี่ ก็ถือว่าดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้ เป็นรายได้ของคุณท๊อฟฟี่ครับ (ไม่ว่าเงินในบัญชี จะมีใครเป็นคนฝากให้ก็ตาม)

ส่วนที่ถามว่า การมีรายได้จากการทำฟรีแลนซ์ ซึ่งมีการหัก ภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว จะต้องมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อีกหรือไม่ คำตอบก็คือ ต้องยื่นครับ เพราะการหัก ภาษี ณ ที่จ่าย จะหักเป็นอัตราคงที่ (ปกติจะ 3%) แต่จริงๆ เราจะเสียภาษี กันเป็นขั้นบันไดตามรายได้รวมของเราในปีนั้นๆ (ดูอัตราภาษีได้ที่ Link) เช่น ถ้ารายได้งานฟรีแลนซ์ของคุณท๊อฟฟี่ไม่ถึง 150,000 บาท ก็จะได้ภาษี ที่หัก ณ ที่จ่ายไป คืนด้วยครับ

สำหรับดอกเบี้ยก็เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นรายได้ในส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาท ก็จะได้คืน ภาษี ที่หัก ณ ที่จ่ายคืนทั้งหมดเช่นกันครับ

ท๊อฟฟี่ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากค่า^_^

รบกวนอีกครั้งค่ะ
งั้นถ้าจะขอคืนดอกเบี้ยของปีนี้ จะทำได้ในเดือนมกราคมปีหน้าถูกมั้ยคะ
แต่ว่าถ้าอยู่ต่างประเทศจะยื่นเรื่องได้มั้ยคะ หรือว่ายังไม่ต้องขอคืนในปีหน้าก็ได้
เพราะสามารถขอคืนย้อนหลังได้ภายในสามปี

xcha กล่าวว่า...

ขอคืนภาษี หัก ณ ที่จ่ายของดอกเบี้ยที่ได้รับในปีนี้ ก็ยื่นแบบตอนปีหน้า ถูกต้องครับ

ส่วนอยู่ต่างประเทศยื่นได้หรือไม่ คุณท๊อฟฟี่สามารถยื่นออนไลน์ได้ครับ แต่อาจจะต้องรบกวนคนทางนี้ ไปขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ตามในบทความ) จากธนาคารมาเตรียมไว้ ถ้าหลังจากคุณท๊อฟฟี่ยื่นไปแล้ว ทางสรรพากรขอหลักฐาน ก็ให้คนทางนี้ Scan หรือ ถ่ายรูปหนังสือดังกล่าว แล้วคุณท๊อฟฟี่ก็ส่งหลักฐานให้สรรพากรออนไลน์ได้เลยครับ

ผมไม่แนะนำให้มายื่นย้อนทีหลังนะครับ จะยุ่งยากกว่ามาก

ท๊อฟฟี่ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆค่า

ถ้ามีอะไรสงสัยขอมารบกวนอีกนะคะ

^_____^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ พี่ไม่เคยขอคืนเลยนะคะ และตัวเองไม่ได้ทำงานมีเงินเดือนอะไร แต่พอมีเงินเก็บจากที่เคยทำงาน คิดหลายทีแต่ไม่รู้ตั้งต้นที่ไหน แนะนนำอีกครั้งค่ะ ขอบคุณค่ะ

kiKuDaow กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ ไม่เคยยื่นคืนเลย อ่านๆไปก็เสียดายจังตังเล้กๆน้อยๆรวมๆก็เป็นร้อยเลย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอสอบถามค่ะ
ไปถามกรมสรรพภากรมาบอกว่าเราสามารถของคืน จากการถูกหักภาษีจากการฝากเงิน ย้อนหลังได้ 3ปี
แต่ที่นี้ไปขอหนังสือรับรองจากทางธนาคาร ได้ย้อนหลังจากธนาคารออมสิน อย่างเดียว ส่วนธนาคารอื่นบอกว่าไม่สามารถขอย้อนหลังได้ ไม่มีข้อมูลได้แค่ปีต่อปี...แล้วเราควรทำยังไงค่ะ หรือว่าต้องไปที่สำนักงานใหญ่
ขอบคุณค่ะ

xcha กล่าวว่า...

ผมคิดว่า ที่ธนาคารบอกว่าขอได้ปีต่อปี อาจจะเพราะติดขัดที่ระบบของธนาคารครับ ยังไงลองสอบถามธนาคารดูนะครับ ว่าถ้าต้องการจริงๆ จะต้องทำอย่างไรครับ (เช่นอาจจะต้องไปที่สำนักงานใหญ่อย่างที่คุณบอกครับ)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีคะ ขอสอบถามนิดนึงคะ

ถ้าเรามีรายได้จากปันผลเนื่องจากลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะถูกหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายเอาไว้ 10 % เราเป็นคนไทยแตไม่ได้อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วัน
***เราสามารถ ขอคืนภาษีได้ไหม (รายได้จากปันผลรวมกันแล้วไม่ถึง 50,000 บาทในปีนั้น)

xcha กล่าวว่า...

ประเทศไทย จัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามหลักแหล่งเงินได้และหลักถิ่นที่อยู่ (คำอธิบาย รบกวนดูใน Link นะครับ)

ซึ่งเงินปันผลที่คุณได้รับ ถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษี ตามหลัก "แหล่งเงินได้" คือ เป็นเงินได้ที่ได้รับจากกิจการในประเทศไทย ดังนั้นจึงสามารถนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อยื่นภาษีได้ครับ โดยถ้ายื่นแล้ว ภาษีที่นำส่งไว้เกินกว่าที่ควรจะเสีย ก็จะได้คืนภาษีส่วนที่จ่ายเกินไปครับ

อ่า ... ไม่แน่ใจว่างงหรือเปล่า สรุปคือ ยื่นขอคืนได้ครับ :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่งงคะ ขอบคณนะคะ เสียได้ไม่ได้ขอคืนมา 2 ปีแล้ว
เดี๋ยวปีหน้าเริ่มยื่นคะ :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สงสัยตรงข้อควรระวัง ข้อที่1 ที่ว่า
ต้องขอคืนทุกบัญชีเลย เราขอเฉพาะบัญชีที่จำนวนเยอะๆได้หรือไม่คะ

xcha กล่าวว่า...

ต้องขอคืนทุกบัญชีครับ สำหรับสาเหตุอาจจะลองถามทางสรรพากรดูนะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รบกวนถามด้วยค่ะ คุณพ่อมีรายได้จากดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลโดยซื้อไว้ 1,000,000 บาท พ่ออายุ 63 ปี ไม่มีรายได้อะไรอื่นอีก ทีนี้บุตรรับราชการมีเงินเดือนประจำ และได้นำคุณพ่อไปหักลดหย่อนภาษี 30,000 บาท ทุกปี เป็นเวลา 2 ปีแล้ว (ตั้งแต่อายุ 60)อยากทราบว่า พ่อจะสามารถขอคืนภาษีจากที่หักไว้ในพันบัตรรัฐบาลได้หรือไม่คะ

xcha กล่าวว่า...

การนำบิดา หรือ มารดาไปหักลดหย่อนภาษี บิดา หรือ มารดา ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปีนะครับ

ดังนั้นกรณีนี้ ถ้าสมมติว่าดอกเบี้ยพันธบัตร เกิน 3% ขึ้นไป (ซึ่งจะทำให้รายได้ของคุณพ่อเกิน 30,000 บาท) คุณลูกจะไม่สามารถนำคุณพ่อไปลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้นที่ผ่านมา 2 ปี ทางสรรพากรมีสิทธิเรียกภาษีที่ได้ลดหย่อนไป คืนกลับได้ครับ

ส่วนคำถามที่ว่า คุณพ่อมีสิทธิขอคืนภาษีที่โดนหัก ณ ที่จ่ายหรือเปล่า คำตอบคือ มีสิทธิครับ ถ้ากรณีที่คิดแล้ว รายได้ดังกล่าวยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีครับ (รายได้ 150,000 บาทแรก หลังหักลดหย่อน จะไม่เสียภาษีครับ)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

แล้วอย่างนี้จะทำยังไงคะ แต่ไม่แน่ใจค่ะว่า ดอกเบี้ยพันธบัตรจะเกิน 3 เปอร์เซนต์รึป่าว ถ้าเกิน เราต้องทำไงคะ แจ้งสรรพากรหรอคะ เค้าจะปรับรึป่าว
แล้วรบกวนถามอีกกรณีนึงค่ะ พี่สาว อายุ 35 ปี โสด ไม่ได้ทำงานคือ อยู่กับบ้านดูและพ่อแม่ มีรายได้จากการซื้อขายหุ้นเล็กๆน้อยๆ ไม่เคยยื่นเสียภาษี มีเงินฝากประจำอยู่ 3บัญชี ยอดไม่มากเท่าไหร่ อย่างนี้ขอคืนภาษีที่โดนหัก ณ ที่จ่ายมั้ยคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามนะคะ
ปกติจะยื่นภาษีคนเดียวเพราะคู่สมรส(ชาวต่างชาติ)ไม่มีเงินได้ และก็ได้หักค่าลดหย่อนของคู่สมรส 30000 บาท ของตัวเอง 30000 บาท โดยในปีก่อนๆคู่สมรสและดิฉันมีเงินฝากประจำและโดนหักภาษีไป แต่ไม่เคยยื่นขอคืนเลย แต่ปีนี้ต้องการยื่นขอคืนค่ะ คู่สมรสมีรายได้ที่เป็นดอกเบี้ยจากเงินฝากประจำหลายๆแบบรวมกันแล้ว 33000 บาท โดนหักไป 15%
ส่วนของดิฉันมีรายได้จากดอกเบี้ย 7400 บาท แต่เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วก็ยังเสียภาษีในฐานภาษีที่ 1 อยู่ค่ะ
อยากทราบว่า กรณีนี้ ควรจะยื่นขอคืนภาษีที่โดนหักไปโดยยื่นร่วมกับดิฉันหรือไม่ อย่างไรคะ ปกติดิฉันยื่นแบบ ภงด.90 ทุกปีอยู่แล้ว ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบค่ะ

Tawannii กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีครับรบกวน ถามปัญหาครับ เคยฝากเงินประจำ 1 ปีกับธนาคารทหารไทย โปรโมชั่นรับดอกเบี้ยล่วงหน้าเมื่อหลัง 7 วันที่ฝากประจำ แล้วผ่านไป 1 เดือน จำเป็นต้องใช้เงินด่วน จึงไปถอนออก ตอนแรกคิดว่าไม่ได้ดอกเบี้ย ก็ไม่เป็นไร เพราะต้องคืนดอกเบี้่ยที่รับล่วงหน้ามาแล้ว แต่เพิ่งรู้ว่า ธนาคารได้ หักภาษี ณ.ที่จ่ายนำส่ง สรรพกรไปแล้วต้องไปขอคืนเอง เพื่อนบอกว่า ถ้าจะขอคืนภาษีดอกเบี้ยเงินฝากต้องเอาทุกบัญชีมารวมแล้วคำนวณพร้อมกับรายได้ทางอื่นๆ อันนี้เห็นด้วยครับ แต่กรณีนี้ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะผมคิดว่าผมไม่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากจริงๆ(เพราะคืนดอกเบี้ยไปแล้ว) แต่เป็นการผิดสัญญาการฝาก เราจะขอคืนวิธีอื่นได้ไหมครับ รบกวนขอความเห็นด้วยครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ในกรณีที่เป็นเงินฝากประจำแล้วชื่อเจ้าของบัญชี 2 คน คือ ........หรือ......... สามารถนำมาขอคืนภาษีได้หรือไม่คะ ถ้าได้ จะเป็นคนไหนขอคืนคะ (เปิดบัญชีชื่อแม่/ลูก)

xcha กล่าวว่า...

ผมเคยโทรไปถามสรรพากร เกี่ยวกับบัญชีที่มีชื่อเจ้าของมากกว่า 1 คน จำได้ว่าได้รับคำตอบว่า ต้องจดทะเบียนคณะบุคคล แล้วไปขอคืนภาษีในนามของคณะบุคคลดังกล่าวครับ ผมเห็นว่ายุ่งยากมาก ก็เลยไม่ได้สอบถามต่อ

แนะนำว่าลองโทรสอบถามทางสรรพากรดูครับ เผื่อเดี๋ยวนี้อาจจะมีวิธีที่ง่ายขึ้นครับ :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถ้าสมมติว่า เราตัดความยุ่งยาก โดยไม่ขอคืนภาษี บช. ชื่อแม่-ลูก แต่ขอคืนเฉพาะบัญชีอื่นๆที่เป็นชื่อ แม่ คนเดียว จะเข้าข่าย ยื่นขอคืนไม่ครบทุกบัญชีตามที่ผู้เขียนได้เคยอธิบายไว้ตอนต้นรึเปล่าคะ (ฝาก ธ. แต่ยังไม่เคยยื่นขอคืนภาษ๊เลย เพราะก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าขอคืนได้)...ขอบคุณค่ะ

xcha กล่าวว่า...

ผมคิดว่า การละ บัญชีที่เป็นชื่อร่วมไปเลย ไม่น่าจะมีปัญหาครับ เพราะมองว่าเป็นคนละหน่วยภาษีกัน

Minny กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
Minny กล่าวว่า...

การคิดฐานภาษี ต้องหักค่าประกันชีวิตจากรายได้รวมก่อนหรือเปล่าคะ

duang กล่าวว่า...

สอบถามค่ะ
เรา, น้า ,พี่ มีพันธบัตรรัฐบาล ที่ถูกหักภาษีไปแล้วเป็นเวลาหลายปี โดยที่ไม่ขอคืนเลย

1. กรณีที่ปี 57 ตัวเรายื่นแบบฟอร์มภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปว่าไม่ขอคืนภาษี
ส่วนปีนี้จะยื่นขอคืนในส่วนที่ปี56 ไม่ได้ขอ ได้มั้ยคะ หรือถือว่าตัดไปเลยเนื่องจากปีที่แล้วไม่ขอค่ะ

2. น้าอายุ47ปี ไม่ได้ทำงาน แต่มีพันธบัตรและเงินฝาก ไม่เคยยื่นแบบฟอร์มภาษีเงินได้ สามารถขอคืนภาษีได้มั้ยคะ (แล้วโดนปรับเนื่องจากปีที่แล้วไม่ยื่น อย่างไรค่ะ)

3. พี่ เคยทำงานประจำเมื่อปี56 ปี57ทำงานฟรีแลนด์ มีพันธบัตรและเงินฝาก ไม่เคยยื่นแบบฟอร์มภาษีเงินได้ สามารถขอคืนภาษีได้มั้ยคะ (แล้วโดนปรับเนื่องจากปีที่แล้วไม่ยื่น อย่างไรค่ะ)

**ถ้าสามารถขอคืนได้ ในแต่ละกรณี ใช้แบบฟอร์มใดค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ
ดวง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รบกวนสอบถาม นะคะ ว่าถ้าคนที่ไม่ได้ทำงาน สามารถนำดอกเบี้ย+ปันผลจากกองทุนของคู่สมรสมาเป็นรายได้ และยื่นขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายของดอกเบี้ยและเงินปันผล ได้ใช่มั้ยคะ และตามกฎหมาย จะคืนเงินส่วนนี้ให้ไม่เกินจำนวนเงินเท่าไหร่ต่อปี ขอบคุณค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถ้าผู้ีมีเงินได้มีดอกเบี้ยทุกธนาคารไม่เกิน 30,000 บาทและอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี ได้รับยกเว้นภาษี อยากทราบว่า ถ้าเกิน 30,000 บาท จะเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 30,000 บาท ใช่ไหมค่ะ

Unknown กล่าวว่า...

ขอคืนดอกเบี้ยเงินฝาก ไม่มีรายได้อื่นๆสามารถกรอกค่าลดหย่อนส่วนบุคคล การซื้อกองทุนltfได้หรือไม่