วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

56 | มาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ปี 2552

สวัสดีครับ

ช่วงที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสซื้ออสังหาริมทรัพย์ ก็เลยได้มีโอกาสศึกษาเกี่ยวกับมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ปี 2552 ของรัฐบาล วันนี้เลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ตัวมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ปี 2552 ตัวนี้ เป็นมาตรการที่ทางรัฐบาลให้สิทธิผู้ซื้อบ้านมือ 1 (ซื้อจากโครงการตรง ไม่ได้ซื้อต่อจากผู้อื่น ซึ่งรับโอนไปแล้ว) และ โอนในปี 2552 นี้ (คนซื้อคอนโดฯ ดูที่วันโอนนะครับ ไม่ใช่วันจอง) สามารถนำจำนวนเงินที่ใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ได้เป็นจำนวนเท่ากับมูลค่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 300,000 บาท โดยสำหรับคนที่กู้ซื้อบ้าน เงินส่วนที่เอามาลดหย่อน จะคิดเฉพาะเงินต้นที่จ่ายเท่านั้น ซึ่งมาตรการภาษีตัวนี้ก็จะเป็นแรงจูงใจให้กับผู้บริโภคหันมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มากขึ้น ทำให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์สามารถฝ่าวิกฤตทางการเงินในช่วงนี้ไปได้ ไม่เกิดการปลดแรงงานออกมา

จริงๆ มาตรการตัวนี้มีข่าวออกมาตั้งแต่ต้นปีแล้วครับ (เช่น ข่าวในกรุงเทพธุรกิจ เป็นต้น) แต่ก็ไม่มีใครที่ทราบแน่นอนว่าตกลงได้มีการออกเป็นกฎกระทรวงชัดเจนหรือยัง จนเมื่อประมาณต้นเดือน มิถุนายน ผมได้ลองโทรไปถามกรมสรรพากร จึงได้ทราบว่ามีการออกกฎกระทรวงฉบับที่ 271 และ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่ 178 ออกมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็น่าจะทำให้สบายใจได้ครับ ว่าได้ลดภาษีแน่แล้ว :)

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ดูๆว่าจะซื้ออสังหาริมทรัพย์อยู่ ตัดสินใจซื้อปีนี้ก็น่าสนใจนะครับ เพราะนอกจากมาตรการภาษีที่ผมเล่าให้ฟังไปแล้ว ยังมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน จาก 2% เหลือ 0.01% ของราคาบ้าน ลดค่าธรรมเนียมการจดจำนอง จาก 1% เหลือ 0.01% ของยอดกู้ (ถึง 28 มีนาคม 2553) อีกด้วยครับ ซึ่งส่วนลดที่ลดไปได้ก็พอสมควรเลยครับ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน ถ้าบ้านราคา 2 ล้าน เดิมจ่าย 40,000 บาท ก็เหลือแค่ 200 บาทเองครับ

X

ปล. สำหรับใครที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อลงทุนขายต่อ จะต้องถือเกิน 3 ปีแล้วค่อยขาย ถึงได้จะสิทธิประโยชน์จากมาตรการนี้นะครับ ถ้าขายก่อน 3 ปี จะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้ไปครับ (อ้างอิงจากประกาศอธิบดี ข้อ 3 ครับ)

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

55 | รัฐบาลไม่กู้เรา งั้นเอาเงินไปให้ใครกู้ดี :)

สวัสดีครับ

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อนๆคงจะได้ยินข่าวการหมดอย่างรวดเร็วของพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ที่รัฐบาลออกมาเพื่อที่จะกู้เงินของพวกเรากัน งานนี้ก็ทำให้หลายๆคนที่สนใจจะจองพันธบัตรตัวดังกล่าว ผิดหวังไปตามๆกันเลยทีเดียว

วันนี้ผมเลยจะมาเสนอทางเลือกอื่นๆ สำหรับคนที่พลาดหวังกันนะครับ เอาว่าถ้ารัฐบาลไม่ยอมกู้เงินเรา เราจะเอาเงินไปให้คนอื่นกู้กันดีกว่า :) โดยทางเลือกอื่นๆเท่าที่ผมเจอมาก็มีดังนี้ครับ
1. หุ้นกู้ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีทั้งอายุ 3 ปี, 7 ปี, 15 ปี ดูรายละเอียดได้ที่ > Link

อันนี้แม้ว่าความเสี่ยงจะไม่ถึงกับ 0 เท่ากับพันธบัตรของรัฐบาล แต่ก็เรียกได้ว่าความเสี่ยงเกือบที่จะ 0 เลยทีเดียว เพราะปตท. เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเราตอนนี้ (นับเฉพาะที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) คงเบี้ยวกันไม่ได้ง่ายๆแน่ :) แต่ ... เนื่องจากเป็นหุ้นกู้ที่ต้องจองกับทางธนาคาร ดังนั้นมันก็ไปตกในกฎ Pre-sale เหมือนเดิม ที่บอกว่าจองซื้อ 27-30 ก.ค. นี้ ไปถามตอนนี้อาจจะหมดแล้วก็ได้ครับ :P

2. กองทุนเปิดพันธบัตรเกาหลีใต้ ช่วงนี้เห็นมีหลายๆบลจ. แข่งกันออกกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้ ออกมาขายให้กับลูกค้าที่พลาดหวังจากตัวพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ที่ผ่านตาผมมา ก็มีของ บลจ.กสิกรไทย, บลจ.เอ็มเอฟซี, บลจ.กรุงไทย และล่าสุดที่กำลังจะเปิดก็คือของ TMBAM เปิดขายวันจันทร์ที่จะถึงนี้ อายุ 6 เดือนผลตอบแทน 2.50% ต่อปี ใครที่สนใจอาจจะต้องรีบติดต่อตั้งแต่เช้าวันจันทร์เลยนะครับ เพราะพวกนี้เต็มเร็วมาก ดูรายละเอียดกองของ TMBAM ได้ที่ > Link

สำหรับทางเลือกนี้ความเสี่ยงก็ค่อนข้างน้อยมากเหมือนกันครับ เนื่องจากกองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินไว้แล้ว ส่วนความเสี่ยงว่ารัฐบาลเกาหลีจะเบี้ยวหนี้เราก็น้อยเหมือนกัน เพราะจัดอันดับความน่าเชื่อถือออกมาแล้ว รัฐบาลเกาหลีมีอันดับความน่าเชื่อถือที่ดีกว่ารัฐบาลไทยอีกครับ -_-'

3. เงินฝากประจำรุ่นดอกเบี้ยพิเศษ ทางเลือกคลาสสิกสุดครับ เอาเงินไปให้ธนาคารกู้ หรือก็คือการฝากเงินนั่นเอง โดยช่วงนี้เห็นหลายๆธนาคารก็มีออกเงินฝากประจำรุ่นดอกเบี้ยพิเศษออกมากัน ลองหาข้อมูลกันดูได้ครับ

โดยทางเลือกนี้ ความเสี่ยงก็แทบจะไม่มีเลย เนื่องจากช่วงนี้สถาบันประกันเงินฝาก ยังประกันเงินฝากของเรา 100% อยู่ ดังนั้นแม้ว่าธนาคารจะเจ๊ง เราก็ยังได้เงินคืนอยู่ครับ

จากทางเลือกที่ผมเล่าให้ฟัง เพื่อนๆก็ลองดูนะครับว่าชอบทางเลือกไหน แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้หน่อยนะครับ ว่าทางเลือกที่เราเลือก เราอาจจะไม่สามารถเข้าถึงได้ก็ได้ครับ (เช่น หุ้นกู้ ซึ่งมีกฎ Pre-sale อยู่ หรือ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ฮ๊อตๆ ซึ่งอาจจะหมดอย่างรวดเร็ว จนเราไปไม่ทัน)

X

ปล. ใครมีทางเลือกอื่น เล่าให้ฟังกันมั่งนะครับ

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

54 | พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ก็ยังมี Pre-Sale :(

สวัสดีครับ

หายหน้าไปนานเกือบ 3 เดือนเลยครับคราวนี้ ประสบมรสุมชีวิตในหลายๆเรื่อง แต่ก็เคลียร์ไปหมดแล้วครับ หวังว่าคงจะได้กลับมา update กันเป็นปกติ (ถ้าไม่ขี้เกียจไปซะก่อน -_-')

ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินข่าว เรื่องที่รัฐบาลจะออกพันธบัตรออมทรัพย์รุ่น "ไทยเข้มแข็ง" ออกมา โดยเป็นพันธบัตรอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยเป็นขั้นบันได ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ย 3% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย 4% ปีที่ 4-5 ดอกเบี้ย 5% จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (รายละเอียดอื่นๆ ลองหาในเว็บของแบงค์ต่างๆเพิ่มเติมได้นะครับ ที่ผมลอง search เจอก็ที่แบงค์กรุงเทพ > Link) ซึ่งพอดูรายละเอียดแล้ว ก็คงมีบางคนที่สนใจจะร่วมให้รัฐบาลกู้รอบนี้ด้วย เนื่องจากดอกเบี้ยก็ค่อนข้างดีพอสมควร เมื่อเทียบกับท้องตลาดตอนนี้

แต่ปรากฎว่าปรากฎการณ์ Pre-Sale มันกลับมาอีกแล้วครับ ไม่เว้นกับพันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาล (สำหรับใครที่ไม่รู้จักปรากฎการณ์ Pre-Sale มันคือการที่แบงค์จะทำการขายสินค้าให้กับลูกค้าประจำของแบงค์ก่อนที่จะถึงวันที่จะขายจริง พอถึงวันขายจริงก็จะไม่เหลือสินค้าไว้ขายแล้ว > ผมเคยเีขียนระบายไว้ทีนึง ที่ Link ลองอ่านดูนะครับ) โดยเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ผมได้ไปใช้บริการธนาคารของรัฐแห่งหนึ่งก็เลยชวนคุยกับเค้าว่า สาขานี้ได้ร่วมขายพันธบัตรไทยเข้มแข็งด้วยหรือเปล่า ปรากฎว่าได้รับคำตอบว่า "หมดแล้วค่ะ" ทั้งๆที่วันที่เริ่มขายมันคือวันที่ 13 ก.ค. ที่จะถึงนี้ ก็เลยกัดฟันถามต่อว่า แล้วส่วนที่เค้ากันไว้ให้ผู้สูงอายุหล่ะ ก็ได้รับคำตอบมาเช่นกันว่า "หมดแล้วค่ะ" ก็เลยเดินงงๆออกมาจากแบงค์ -_-'

ยังไงถ้าใครที่สนใจจะลงทุนในพันธบัตรไทยเข้มแข็งดังกล่าว ก็ลองไปถามๆแบงค์ดูนะครับ เพราะล่าสุดเห็นข่าวว่ารัฐมนตรีคลังพึ่งออกมาว่าแบงค์ต่างๆ ไ่มให้ขายล่วงหน้า อาจจะมีบางแบงค์ยอมคายยอดจองที่รับไปแล้วออกมา :)

X

ปล. ช่วงนี้ผมยังเห็นโฆษณาพันธบัตรตัวนี้ทั้งหนังสือพิมพ์, ทีวี เต็มไปหมด ถ้า Pre-Sale ไปหมดแล้ว ไม่ต้องโฆษณาก็ได้นะ เปลืองภาษี :( (แต่ก็ว่าไม่ได้ เดี๋ยวอดหาเสียง :P)