วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

71 | SET Junior Financial Club (SET JFC 2010)

สวัสดีครับ

วันนี้แวะมาประชาสัมพันธ์โครงการดีๆของตลาดหลักทรัพย์ฯให้เพื่อนๆทราบกัน



โครงการนี้ชื่อว่า SET Junior Financial Club ครับ ซึ่งเป็นโครงการที่จะให้เยาวชนระดับม.ต้น และ ม.ปลาย ได้มาเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับเรื่องของการออม การจัดการการเงินส่วนบุคคล ฯลฯ เป็นเวลา 3 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆครับ ซึ่งงานนี้นอกจากจะมีจัดในกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีจัดที่ขอนแก่น สงขลา และ เชียงใหม่อีกด้วย (สำหรับรายละเอียดเต็มๆ ทั้งจำนวนที่รับ และ วิธีคัดเลือก รวมถึงวันที่จัดอบรม ดูได้ที่ Link ครับ)

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าความรู้ในเรื่องของการออม และ การจัดการการเงินส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่เราควรจะปลูกฝังให้กับเยาวชนของเราตั้งแต่ยังเด็กครับ เลยอยากจะเชิญชวนให้เพื่อนๆแนะนำให้ลูกๆ หลานๆ เข้าร่วมโครงการนี้กันเยอะๆนะครับ :)

X

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

70 | ธ.กรุงไทย & ธ.ทหารไทย ออกหุ้นกู้ 10 ปี

สวัสดีครับ

วันนี้ขอเอาข่าวหุ้นกู้ของ 2 ธนาคารมาเล่าสู่กันฟังครับ

โดย 2 ธนาคารดังกล่าว คือ ธ.กรุงไทย และ ธ.ทหารไทย ซึ่งออกหุ้นกู้อายุ 10 ปีออกมาพร้อมๆกันในช่วงนี้ โดยมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้

  • ธ.กรุงไทย Rating อยู่ที่ AA(tha)/stable อัตราดอกเบี้ยในอัตราคงที่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 5 เท่ากับ 4.35% ต่อปี และในปีที่ 6 ถึงปีที่ 10 เท่ากับ 5.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
  • ธ.ทหารไทย Rating อยู่ที่ A(tha) อัตราดอกเบี้ยในอัตราคงที่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 5 เท่ากับ 4.7% ต่อปี และในปีที่ 6 ถึงปีที่ 10 เท่ากับ 6.0% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน

โดยหุ้นกู้ของทั้ง 2 ธนาคารเป็นหุ้นกู้แบบด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ซึ่งให้สิทธิธนาคารไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดทั้งจำนวนได้ ณ สิ้นปีที่ 5 และทุกๆ 3 เดือนถัดไป (พูดง่ายๆกว่า พอครบ 5 ปีแล้ว ธนาคารอาจจะบอกว่า เอาหล่ะขอยกเลิกหุ้นกู้นี้ และคืนเงินที่กู้ไปกลับมาให้เรา ซึ่งก็จะทำให้เราไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในช่วงหลังจากนั้นเป็นต้นไป)

ยังไงเพื่อนๆลองพิจารณาดูนะครับ ว่าพอใจกับอัตราดอกเบี้ยที่หู้นกู้ดังกล่าวให้หรือเปล่า โดยอัตราดอกเบี้ยที่ได้ก็เป็นไปตาม Rating ที่ตัวหุ้นกู้ได้ครับ คือ Rating ด้อยกว่า (เสี่ยงมากกว่า) ก็ต้องให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า (ในที่นี้หุ้นกู้ธ.ทหารไทยได้ Rating น้อยกว่าคือ A เมื่อเทียบกับหุ้นกู้ธ.กรุงไทยที่ AA) และ อาจจะต้องพิจารณาในเรื่องของเงื่อนไขการให้สิทธิธนาคารไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด ซึ่งอาจจะทำให้เพื่อนๆไม่ได้รับดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีหลัง (ซึ่งเป็นอัตราที่สูงขึ้น)ได้ครับ

โดยสำหรับผู้ที่สนใจ สามารถจองซื้อได้ในวันที่ 23 - 25 มีนาคม 2553 สำหรับหุ้นกู้ธ.กรุงไทย และวันที่ 24 มีนาคม - 1 เมษายน 2553 สำหรับหุ้นกู้ธ.ทหารไทย ครับ

X

ปล. สำหรับรายละเอียดเต็มๆของหุ้นกู้ทั้ง 2 สามารถดูได้ที่ เว็บไซต์ธ.กรุงไทย และ เว็บไซต์ธ.ทหารไทย ครับ

วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

69 | การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ กับ มาตรการภาษี

สวัสดีครับ

วันก่อนผมได้ไปฟังคุณทนง โชติสรยุทธ์ CEO ของทาง SE-ED พูดในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4/52 จึงพึ่งจะได้ทราบครับว่า ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ และ ให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปีเป็นวันรักการอ่าน รวมถึงให้ปี พ.ศ. 2552-พ.ศ. 2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน อีกด้วยครับ(สำหรับใครที่อยากดูมติเต็มๆ ไปดูได้ที่ Link ครับ หรือ ถ้าจะอ่านข่าวของทางกระทรวงศึกษาธิการ ก็อยู่ที่ Link)

ได้ทราบแล้วก็ชื่นใจนะครับ ที่รัฐบาลได้ส่งเสริมในเรื่องดีๆแบบนี้ เอ ... แต่มันเกี่ยวยังไงกับเรื่องภาษีที่ผมเขียนไว้ในหัวเรื่องหล่ะเนี่ย คืออย่างนี้ครับ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนอ่านหนังสือมากขึ้น จึงมีความพยายามจากคณะกรรมการส่งเสริมการอ่าน ที่จะให้คนซื้อหนังสืออ่านกันมากขึ้น โดยการคิดมาตรการต่างๆขึ้นมาเพื่อเสนอกับทางรัฐบาล โดยมาตรการอย่างหนึ่งก็คือการให้สิทธิผู้ที่ซื้อหนังสือมาอ่าน สามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อหนังสือดังกล่าว มาลดหย่อนภาษีได้ !!!

ฟังแล้วน่าตื่นเต้นทีเดียวครับ แต่อย่าพึ่งดีใจไปนะครับ มาตรการดังกล่าว ยังไม่ได้มีการเสนอให้กับทางรัฐบาลพิจารณาอย่างเป็นทางการเลย แล้วก็ไม่รู้จะเสนอเมื่อไหร่ด้วย (ดูจากข่าวที่ผมไปหามา [Link, Link] ส่วนใหญ่ก็เป็นข่าวเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว หลังจากปีใหม่มาก็ยังไม่ได้ข่าวเรื่องนี้เลย)

เอาหล่ะ ... แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังทำไมหว่า ... คำตอบก็คือว่า เนื่องจากเราก็ยังไม่รู้ว่ามาตรการภาษีดังกล่าวจะมีออกมาเมื่อไหร่ ดังนั้นในช่วงนี้ ถ้าเรามีการซื้อหนังสือเพื่อนำมาอ่าน ผมว่าเราก็น่าจะเก็บใบเสร็จไว้นะครับ เผื่อว่าถ้ามาตรการดังกล่าวออกมาเมื่อไหร่ เราก็จะได้นำใบเสร็จไปใช้ได้เลยไงครับ :) หรือถึงแม้ว่าจะไม่มีมาตรการดังกล่าวออกมา เราก็ไม่เสียหายอะไร แค่เอาใบเสร็จออกมาทิ้งก็เท่านั้นเอง :P

ยังไงถ้าใครไม่สนใจเรื่องมาตรการภาษีดังกล่าว ก็ถือว่าผมมาชวนภูิมิใจที่ "การอ่าน" ได้เป็นวาระแห่งชาติของเราก็แล้วกันครับ :)

X

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

68 | กรอกเงินลดหย่อนค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ ใน ภ.ง.ด.90/91

สวัสดีครับ

ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) เพื่อนๆได้ยื่นแบบไปกันหรือยังครับ ? ตัวผมเองได้ทำการยื่นไปแล้ว และก็ได้รู้อะไรเกี่ยวกับการยื่นแบบในปีนี้ที่พิเศษจากปีก่อนๆ ก็เลยขอเอามาแบ่งปันกันครับ

โดยจากที่ปี 2552 ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลมีมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ โดยให้ผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปี 2552 สามารถนำจำนวนเงินที่ใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ได้เป็นจำนวนเท่ากับมูลค่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 300,000 บาท (สนใจรายละเอียด ดูที่ผมเคยเขียนไว้ที่ Link นะครับ) ซึ่งผมก็เป็นคนนึงครับที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปี 2552 ทำให้ได้รับสิทธินั้นไปด้วย แต่พอถึงเวลาที่ผมจะทำการยื่นแบบ ผมเลยมีข้อสงสัยขึ้นมาครับ ว่าจะกรอกจำนวนเงินดังกล่าวในช่องไหนดี ไปหาในเว็บของสรรพากรก็หาไม่เจอ (จริงๆคงมีบอกไว้แหละครับ แต่ผมหาไม่เจอเอง -_-')

ผมก็เลยไปเสาะหาข้อมูลมาจนทราบว่า จำนวนเงินดังกล่าวให้กรอกลงในช่อง "ค่าซื้ออาคารฯ" ครับ โดยถ้าเป็นการยื่นทาง Internet ช่องดังกล่าว จะให้กรอกสูงสุด 300,000 บาทเท่านั้น ถ้ากรอกเกินระบบจะแจ้งเตือนครับ โดยช่องดังกล่าวจะมีอยู่ในทั้ง ภ.ง.ด.90 และ 91 ครับ (ผมมีรูปมาให้ดูด้วยครับ โดยในรูปนี้เป็นภ.ง.ด.91 นะ)



ก็หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับคนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปี 2552 เหมือนผมนะครับ :)

X

ปล. รูปเล็กไปนิด ถ้ามองไม่เห็น กดที่รูปได้เลยนะครับ