วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

69 | การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ กับ มาตรการภาษี

สวัสดีครับ

วันก่อนผมได้ไปฟังคุณทนง โชติสรยุทธ์ CEO ของทาง SE-ED พูดในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4/52 จึงพึ่งจะได้ทราบครับว่า ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ และ ให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปีเป็นวันรักการอ่าน รวมถึงให้ปี พ.ศ. 2552-พ.ศ. 2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน อีกด้วยครับ(สำหรับใครที่อยากดูมติเต็มๆ ไปดูได้ที่ Link ครับ หรือ ถ้าจะอ่านข่าวของทางกระทรวงศึกษาธิการ ก็อยู่ที่ Link)

ได้ทราบแล้วก็ชื่นใจนะครับ ที่รัฐบาลได้ส่งเสริมในเรื่องดีๆแบบนี้ เอ ... แต่มันเกี่ยวยังไงกับเรื่องภาษีที่ผมเขียนไว้ในหัวเรื่องหล่ะเนี่ย คืออย่างนี้ครับ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนอ่านหนังสือมากขึ้น จึงมีความพยายามจากคณะกรรมการส่งเสริมการอ่าน ที่จะให้คนซื้อหนังสืออ่านกันมากขึ้น โดยการคิดมาตรการต่างๆขึ้นมาเพื่อเสนอกับทางรัฐบาล โดยมาตรการอย่างหนึ่งก็คือการให้สิทธิผู้ที่ซื้อหนังสือมาอ่าน สามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อหนังสือดังกล่าว มาลดหย่อนภาษีได้ !!!

ฟังแล้วน่าตื่นเต้นทีเดียวครับ แต่อย่าพึ่งดีใจไปนะครับ มาตรการดังกล่าว ยังไม่ได้มีการเสนอให้กับทางรัฐบาลพิจารณาอย่างเป็นทางการเลย แล้วก็ไม่รู้จะเสนอเมื่อไหร่ด้วย (ดูจากข่าวที่ผมไปหามา [Link, Link] ส่วนใหญ่ก็เป็นข่าวเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว หลังจากปีใหม่มาก็ยังไม่ได้ข่าวเรื่องนี้เลย)

เอาหล่ะ ... แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังทำไมหว่า ... คำตอบก็คือว่า เนื่องจากเราก็ยังไม่รู้ว่ามาตรการภาษีดังกล่าวจะมีออกมาเมื่อไหร่ ดังนั้นในช่วงนี้ ถ้าเรามีการซื้อหนังสือเพื่อนำมาอ่าน ผมว่าเราก็น่าจะเก็บใบเสร็จไว้นะครับ เผื่อว่าถ้ามาตรการดังกล่าวออกมาเมื่อไหร่ เราก็จะได้นำใบเสร็จไปใช้ได้เลยไงครับ :) หรือถึงแม้ว่าจะไม่มีมาตรการดังกล่าวออกมา เราก็ไม่เสียหายอะไร แค่เอาใบเสร็จออกมาทิ้งก็เท่านั้นเอง :P

ยังไงถ้าใครไม่สนใจเรื่องมาตรการภาษีดังกล่าว ก็ถือว่าผมมาชวนภูิมิใจที่ "การอ่าน" ได้เป็นวาระแห่งชาติของเราก็แล้วกันครับ :)

X

1 ความคิดเห็น:

a_goo กล่าวว่า...

หุ้น SE-ED จงเจริญ